"คุณหมอคะ... ใครๆ ก็ทักว่าหนูโชคดีจัง กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน หุ่นนางแบบชัดๆ แต่ทำไมแค่ล้มในห้องน้ำเบาๆ ข้อมือถึงหักละเอียดขนาดนี้คะ? กระดูกหนูมันแย่กว่าคนแก่เลยเหรอ?"
นี่คือคำตัดพ้อของคนไข้หญิงวัย 38 ปี ที่ถูกหามส่งห้องฉุกเฉินด้วยอาการข้อมือหักครับ เธอรูปร่างผอมบาง ผิวพรรณดูชื้นเหงื่อตลอดเวลา และมีอาการมือสั่นเล็กน้อย เพื่อนๆ ต่างอิจฉาหุ่นของเธอ แต่หารู้ไม่ว่า ความผอมนี้คือ "เพชฌฆาตเงียบ" ที่กำลังกัดกินกระดูกของเธออยู่
เมื่อหมอเจาะเลือดตรวจ ก็พบต้นตอทันทีครับ... เธอเป็น "โรคไทรอยด์เป็นพิษ" (Hyperthyroidism) ที่ไม่เคยได้รับการรักษามาก่อน
หลายคนเข้าใจว่า ความอ้วนคือโรคร้าย แต่ในโลกของกระดูก "คนผอมแห้งจากไทรอยด์" กลับมีความเสี่ยงกระดูกพรุนและกระดูกหัก "มากกว่า" คนอ้วนหลายเท่าตัว! ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? วันนี้หมอเก่งจะพาไปเจาะลึกกลไกของฮอร์โมน ที่เปรียบเสมือน "รถแข่งที่เหยียบคันเร่งมิดจนเครื่องพัง" ครับ
ความจริงของ "ไทรอยด์" กับ "งานก่อสร้างกระดูก"
ก่อนอื่นต้องเข้าใจธรรมชาติของกระดูกครับ กระดูกเรามีการ "รื้อถอน" (สลายกระดูกเก่า) และ "สร้างใหม่" (สร้างกระดูกใหม่) ตลอดเวลา เป็นวงจรสมดุลที่ทำให้กระดูกแข็งแรง
แต่ในคนที่เป็น ไทรอยด์เป็นพิษ ร่างกายจะมีฮอร์โมนไทรอยด์ (T3, T4) ล้นเกิน ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้มีฤทธิ์ "เร่งเครื่องยนต์" ของร่างกายทุกระบบ รวมถึงระบบกระดูกด้วยครับ
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ฮอร์โมนส่วนเกินจะไปสั่งการให้ "หน่วยทุบตึก" (Osteoclasts) ทำงานขยันขันแข็งผิดปกติ ทุบทำลายกระดูกเก่าอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่ "หน่วยก่อสร้าง" (Osteoblasts) ทำงานไม่ทัน หรือสร้างตามไม่ทัน
ผลลัพธ์: กระดูกถูกสลายออกไป มากกว่าที่สร้างขึ้นมาใหม่ เนื้อกระดูกจึงบางลง เป็นรูพรุน เหมือนฟองน้ำที่แห้งกรอบครับ
ทำไม "คนผอม" (ไทรอยด์) ถึงกระดูกบางกว่า "คนอ้วน"?
นี่คือประเด็นสำคัญครับ ในทางการแพทย์ เราพบว่าคนที่มีน้ำหนักตัวมาก (Obese) มักจะมีมวลกระดูกที่หนาแน่นกว่าคนผอม (แม้จะมีโรคอื่นรุมเร้าก็ตาม) ด้วยเหตุผลหลักๆ 2 ข้อ ที่คนเป็นไทรอยด์ขาดหายไปครับ:
1. กฎของแรงกดทับ (Wolff’s Law): กระดูกคนเรา ยิ่งรับน้ำหนัก ยิ่งแข็งแรงครับ คนอ้วนต้องแบกน้ำหนักตัวตลอดเวลา กระดูกจึงถูกกระตุ้นให้สร้างความแข็งแกร่งเพื่อรองรับน้ำหนักนั้น แต่คนเป็นไทรอยด์เป็นพิษ ระบบเผาผลาญทำงานหนักจนผอมแห้ง น้ำหนักตัวน้อย ทำให้กระดูก "ขาดแรงกระตุ้น" ตามธรรมชาติ กระดูกจึงยิ่งบางลงไปอีก
2. ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen): ในไขมันของคนเรา สามารถเปลี่ยนฮอร์โมนบางชนิดให้เป็น "เอสโตรเจน" อ่อนๆ ได้ ซึ่งเอสโตรเจนคือ "นางฟ้าคุ้มครองกระดูก" แต่คนเป็นไทรอยด์ ที่ไขมันหดหาย แทบจะไม่มีแหล่งผลิตเอสโตรเจนสำรองนี้เลย ทำให้ขาดตัวช่วยปกป้องกระดูกครับ
สัญญาณเตือน: แบบไหนคือ "ผอมเพราะป่วย" ไม่ใช่หุ่นดี
ถ้าคุณหรือคนใกล้ชิด ผอมลงรวดเร็ว โดยที่กินเยอะปกติ (หรือกินจุขึ้นด้วยซ้ำ) และมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ต้องรีบเอะใจครับ:
- ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว (แม้ตอนนั่งเฉยๆ)
- ขี้ร้อน เหงื่อออกมากผิดปกติ
- มือสั่น เวลาหยิบของ
- หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน
- ประจำเดือนมาน้อย หรือขาดหายไป (ในผู้หญิง)
การตรวจวินิจฉัย: รู้เร็ว รักษาได้
เมื่อสงสัย หมอจะทำการตรวจ 2 ส่วนหลักครับ
1. เจาะเลือดดูค่าไทรอยด์ (Thyroid Function Test): เพื่อดูระดับฮอร์โมน TSH, T3 และ T4 ถ้า TSH ต่ำ แต่ T3/T4 สูงปรี๊ด แสดงว่าเป็นไทรอยด์เป็นพิษชัดเจน
2. ตรวจมวลกระดูก (Bone Density / DEXA Scan): ในคนไข้ไทรอยด์ หมอแนะนำให้ตรวจครับ เพื่อดูว่ากระดูกบางไปถึงขั้นไหนแล้ว จะได้วางแผนเติมกระดูกทัน
แนวทางการรักษา: หยุดตัวเร่ง แล้วเร่งซ่อมแซม
ข่าวดีคือ ภาวะกระดูกพรุนจากไทรอยด์เป็นพิษ "สามารถฟื้นฟูได้" หากรักษาที่ต้นเหตุครับ
1. คุมไทรอยด์ให้อยู่หมัด (สำคัญที่สุด): ต้องกินยาต้านไทรอยด์ หรือกลืนแร่รังสี ตามที่อายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อสั่งอย่างเคร่งครัด เมื่อระดับฮอร์โมนไทรอยด์กลับมาปกติ "หน่วยทุบตึก" จะหยุดบ้าคลั่ง การสลายกระดูกจะลดลง และกระดูกจะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาได้เองครับ
2. เติมเสบียงให้กระดูก:
- แคลเซียม: ต้องทานให้เพียงพอ (1,000 - 1,200 มก./วัน)
- วิตามินดี: ช่วยดูดซึมแคลเซียม (ขาดไม่ได้เลยในคนกลุ่มนี้)
3. ยารักษากระดูกพรุน (เฉพาะราย): ถ้าตรวจแล้วพบว่ากระดูกบางมาก จนเสี่ยงหัก หมออาจพิจารณาให้ยาต้านการสลายกระดูก (Bisphosphonates) ควบคู่ไปในช่วงแรก เพื่อล็อคกระดูกไว้ไม่ให้พังไปมากกว่านี้
4. ออกกำลังกายต้านแรง (Weight Bearing): เมื่อรักษาไทรอยด์จนอาการคงที่แล้ว ต้องเริ่มออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกเบาๆ เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ หรือยกเวท เพื่อส่งสัญญาณให้กระดูกกลับมาสร้างความแข็งแกร่งอีกครั้ง
สรุป
ความผอมจากโรคไทรอยด์เป็นพิษ ไม่ใช่เรื่องน่าดีใจ แต่เป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลัง "เผาผลาญตัวเอง" รวมไปถึงเผากระดูกของคุณด้วย
เหตุผลที่คนกลุ่มนี้เสี่ยงกระดูกพรุนมากกว่าคนอ้วน เพราะโดนโจมตี 2 ทาง คือ ฮอร์โมนที่เร่งสลายกระดูก และ น้ำหนักตัวที่น้อยจนกระดูกขาดแรงกระตุ้น
หากคุณรู้ตัวว่าเป็นไทรอยด์เป็นพิษ อย่าชะล่าใจแค่เรื่องใจสั่น ให้คิดถึงเรื่องกระดูกด้วย รีบรักษาควบคุมฮอร์โมนให้ปกติ และเสริมแคลเซียมตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้คุณกลับมา "หุ่นดีและกระดูกแกร่ง" อย่างแท้จริงครับ
ด้วยความปรารถนาดี
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#หมอเก่งกระดูกและข้อ #ไทรอยด์เป็นพิษ #กระดูกพรุน #คนผอมกระดูกบาง #Hyperthyroidism #โรคกระดูกพรุน #DEXAScan #แคลเซียม #ฮอร์โมนไทรอยด์ #กระดูกหักง่าย
References
- Vestergaard P, Mosekilde L. Hyperthyroidism, bone mineral, and fracture risk--a meta-analysis. Thyroid. 2003;13(6):585-93.
- Delitala AP, Scuteri A, Doria C. Thyroid Hormone Diseases and Osteoporosis. J Clin Med. 2020;9(4):1034.
- Bassett JH, Williams GR. Role of thyroid hormones in skeletal development and bone maintenance. Endocr Rev. 2016;37(2):135-87.
- Blum MR, Bauer DC, Collet TH, et al. Subclinical thyroid dysfunction and fracture risk: a meta-analysis. JAMA. 2015;313(20):2055-65.
- Felson DT, Zhang Y, Hannan MT, Anderson JJ. Effects of weight and body mass index on bone mineral density in men and women: the Framingham study. J Bone Miner Res. 1993;8(5):567-73.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น