วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569

การดื่มกาแฟทุกวัน มีผลทำให้กระดูกพรุนเร็วขึ้นจริงหรือเปล่าครับ?

 

"หมอครับ... ผมติดกาแฟมาก ต้องกินวันละ 2 แก้วไม่งั้นทำงานไม่ได้ แต่แม่บอกว่ากินแล้วกระดูกจะพรุน จะผุกร่อน จริงไหมครับ? ผมต้องเลิกเด็ดขาดเลยหรือเปล่า?"

คำถามนี้เป็น "คำถามยอดฮิต" ติดอันดับ Top 5 ที่หมอถูกถามบ่อยที่สุด ทั้งในห้องตรวจและเวลานั่งจิบกาแฟครับ (ใช่ครับ หมอก็ดื่มกาแฟ) หลายคนมีความเชื่อฝังใจว่า "กาแฟ = ยาละลายกระดูก" ยิ่งกินเยอะ กระดูกยิ่งบาง พออายุเยอะเดี๋ยวจะเดินไม่ได้

ความเชื่อนี้ทำให้คอกาแฟหลายคนนั่งจิบไป รู้สึกผิดไป หรือบางคนถึงขั้นหักดิบเลิกกิน จนปวดหัว หงุดหงิด ไม่มีสมาธิทำงาน ชีวิตขาดความสุขไปเลยก็มี

วันนี้หมอเก่งจะมาไขความจริงเรื่อง "กาแฟกับกระดูก" ให้ฟังกันแบบเจาะลึก อ้างอิงจากงานวิจัยล่าสุดครับว่า ตกลงแล้วมันคือ "น้ำปีศาจทำลายกระดูก" หรือเป็นแค่ "จำเลยที่ถูกใส่ร้าย" และเราจะมีวิธีกินกาแฟยังไง ให้ตื่นเต็มตาและกระดูกยังกล้าแกร่งครับ

กลไกความจริง: กาแฟทำอะไรกับแคลเซียมในร่างเรา?

ก่อนจะตัดสินว่าผิดหรือถูก เราต้องมาดูหลักฐานทางชีวเคมีกันก่อนครับ

จำเลยสำคัญในกาแฟคือสารที่ชื่อว่า "คาเฟอีน" (Caffeine) ครับ งานวิจัยทางการแพทย์ยืนยันตรงกันว่า คาเฟอีนมีฤทธิ์เป็นยาขับปัสสาวะอ่อนๆ (Diuretic effect) เมื่อเราดื่มกาแฟ ร่างกายจะขับน้ำปัสสาวะออกมามากขึ้น และในกระบวนการนี้ "แคลเซียม" ส่วนหนึ่งก็จะถูกขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะด้วย

แต่... เดี๋ยวก่อนครับ! ตัวเลขมันน่ากลัวขนาดไหน? จากการศึกษาพบว่า กาแฟ 1 แก้ว (ที่มีคาเฟอีนประมาณ 100 มิลลิกรัม) จะทำให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียมออกมาทางปัสสาวะเพิ่มขึ้นประมาณ 2 – 4 มิลลิกรัม เท่านั้น

2 – 4 มิลลิกรัม เยอะแค่ไหน? ลองเทียบดูนะครับ นมจืด 1 กล่อง มีแคลเซียมประมาณ 200-300 มิลลิกรัม นั่นหมายความว่า แคลเซียมที่เสียไปจากการดื่มกาแฟ 1 แก้ว "มีค่าเท่ากับนมสดเพียงแค่ 1 ช้อนโต๊ะ" เท่านั้นเองครับ!

ดังนั้น ถ้าพูดกันตามตรง "กาแฟมีผลทำให้เสียแคลเซียมจริง แต่ในปริมาณที่น้อยมากๆ" จนร่างกายสามารถชดเชยได้สบายๆ ถ้าระบบดูดซึมอาหารของเรายังทำงานปกติ

แล้วทำไมงานวิจัยบางชิ้นถึงบอกว่า คนกินกาแฟกระดูกหักง่าย?

หมอต้องบอกความจริงอีกด้านครับ มีงานวิจัยขนาดใหญ่ในอดีตที่ติดตามคนเป็นหมื่นคน พบความเชื่อมโยงว่า "คนที่ดื่มกาแฟวันละ 4 แก้วขึ้นไป มีความเสี่ยงกระดูกสะโพกหักสูงกว่าคนทั่วไป"

แต่อย่าเพิ่งตกใจครับ! เมื่อนักวิจัยเจาะลึกลงไปในข้อมูล (Data Analysis) เขากลับพบว่า "ตัวร้ายที่แท้จริง อาจไม่ใช่กาแฟเพียวๆ" แต่เป็น "พฤติกรรมที่มาคู่กับการดื่มกาแฟ" ต่างหากครับ

คนทื่มดื่มกาแฟจัดๆ ในงานวิจัยเหล่านั้น มักจะมีพฤติกรรมร่วม ดังนี้:

  1. ดื่มกาแฟแทนกินข้าว: บางคนเช้ามาซัดกาแฟแก้วเดียว ไม่กินอาหารเช้า ทำให้ขาดสารอาหารและแคลเซียม
  2. สูบบุหรี่: คอกาแฟยุคก่อนมักสูบบุหรี่คู่กัน ซึ่งบุหรี่นี่แหละครับ คือตัวทำลายเซลล์สร้างกระดูกตัวจริงเสียงจริง
  3. ไม่ค่อยออกกำลังกาย: นั่งทำงานออฟฟิศทั้งวัน กินกาแฟแก้ง่วง ขยับตัวน้อย กระดูกเลยไม่แข็งแรง
  4. ดื่มกาแฟดำเพียวๆ โดยไม่กินแคลเซียมเสริม: ร่างกายเสียแคลเซียมไป (แม้นิดหน่อย) แต่ไม่มีการเติมกลับเข้าไปเลย นานวันเข้าก็ติดลบสะสม

ดังนั้น ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ปัจจุบันคือ: "กาแฟไม่ใช่สาเหตุหลักของโรคกระดูกพรุน แต่เป็นปัจจัยเสริม ในคนที่ได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ"

จุดตัดความเสี่ยง: ใครบ้างที่ควระวังเป็นพิเศษ?

แม้หมอจะบอกว่าไม่อันตราย แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่ "เปราะบาง" กว่าคนอื่น และควรจำกัดปริมาณกาแฟครับ:

1. ผู้สูงอายุ (โดยเฉพาะหญิงวัยหมดประจำเดือน): เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ช่วยอุ้มแคลเซียมไว้ในกระดูกมันหมดไป การดูดซึมแคลเซียมก็แย่ลง ถ้าดื่มกาแฟจัดๆ อีก ก็เหมือน "กระเป๋าตังค์รั่ว แล้วยังไม่ค่อยหาเงินเติม" โอกาสถังแตก (กระดูกพรุน) ก็สูงครับ

2. คนที่กินแคลเซียมน้อย: คนที่ไม่ชอบกินนม ไม่กินผักใบเขียว ไม่กินปลาเล็กปลาน้อย ร่างกายอยู่ในภาวะ "ปริ่มน้ำ" อยู่แล้ว พอโดนคาเฟอีนเบียดเบียนแคลเซียมออกไปอีกนิด ก็อาจส่งผลกระทบได้

3. คนที่มียีนขับคาเฟอีนช้า (Slow Metabolizer): อันนี้เป็นพันธุกรรมครับ บางคนกินกาแฟแก้วเดียวตาค้างไป 2 วัน กลุ่มนี้คาเฟอีนจะค้างในเลือดนาน ส่งผลกระทบต่อร่างกายนานกว่าคนปกติ

ทางออกของคอกาแฟ: "สูตรลับ" กินยังไงให้กระดูกไม่พัง

ข่าวดีที่สุดของวันนี้คือ "คุณไม่ต้องเลิกกาแฟครับ" หมอมีเคล็ดลับการปรับเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ ที่จะเปลี่ยนกาแฟแก้วโปรด ให้เป็นมิตรกับกระดูกมากขึ้น

1. เปลี่ยนจาก "อเมริกาโน่" เป็น "ลาเต้": นี่คือวิธีแก้ทางที่ฉลาดที่สุดครับ! ในเมื่อกาแฟ 1 แก้วทำเสียแคลเซียมไป 4 มิลลิกรัม เราก็แก้มือด้วยการเติม "นมสด" ลงไป นมสดแค่ 2-3 ช้อนโต๊ะที่ใส่ในกาแฟ ก็มีแคลเซียมมากพอที่จะ "ชดเชย" ส่วนที่เสียไปได้แล้ว แถมยังมีกำไรเหลือให้ร่างกายอีกต่างหาก

2. จำกัดปริมาณที่เหมาะสม: ทางสายกลางดีที่สุดครับ ปริมาณคาเฟอีนที่ปลอดภัยและไม่กระทบกระดูกคือ ไม่เกิน 300-400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณ **"กาแฟสด 2-3 แก้ว"**ถ้าคุณดื่มวันละ 5-6 แก้ว อันนี้เยอะเกินไปครับ ไม่ใช่แค่กระดูก แต่หัวใจและการนอนหลับจะพังด้วย

3. ระวัง "กาแฟ 3 in 1" และ "กาแฟโบราณ": อันนี้น่ากลัวกว่ากาแฟสดครับ เพราะมันมักจะมาพร้อมกับ "น้ำตาล" และ "ครีมเทียม"

  • น้ำตาลปริมาณสูง ทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบ และกระตุ้นการขับแคลเซียม
  • ครีมเทียม ไม่มีแคลเซียม มีแต่ไขมัน ถ้าเลี่ยงได้ ให้เลือกกาแฟสด หรือชงเองที่คุมความหวานได้จะดีกว่าครับ

4. เติมแคลเซียมจากแหล่งอื่น: ถ้าคุณเป็นสายกาแฟดำ (Black Coffee) ที่ไม่ชอบใส่นม ให้พยายามกินอาหารที่มีแคลเซียมสูงในมื้ออื่นแทน เช่น โยเกิร์ต งาดำ เต้าหู้ หรือปลาตัวเล็ก เพื่อดุลสมการแคลเซียมให้เป็นบวก

5. อย่าลืม "วิตามินดี": ต่อให้กินแคลเซียมเป็นภูเขา ถ้าขาดวิตามินดี ร่างกายก็เอาไปใช้ไม่ได้ครับ คอกาแฟส่วนใหญ่ทำงานออฟฟิศ ไม่โดนแดด ให้หาเวลาออกไปเดินรับแดดอ่อนๆ ตอนเช้าสัก 15-20 นาที เพื่อให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดีมาช่วยดูดซึมแคลเซียมครับ

ศัตรูตัวจริงที่น่ากลัวกว่ากาแฟ

หมออยากให้โฟกัสให้ถูกจุดครับ กาแฟเป็นแค่ "ผู้ร้ายหางแถว" แต่ตัวการที่ทำให้กระดูกพรุนเร็วกว่ากาแฟหลายเท่า คือ:

  1. น้ำอัดลม (โดยเฉพาะน้ำดำ): มีกรดฟอสฟอริกสูง ซึ่งไปแย่งจับแคลเซียมในเลือด ทำให้ร่างกายต้องสลายกระดูกออกมาใช้
  2. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์: ยับยั้งการสร้างกระดูกโดยตรง และทำให้ดูดซึมแคลเซียมแย่มาก
  3. ยาชุด ยาลูกกลอน (สเตียรอยด์): อันนี้คือเบอร์ 1 ของการทำลายกระดูก กินแล้วหายปวดเมื่อยจริง แต่กระดูกผุพังยับเยิน

ถ้าคุณยังกินของพวกนี้อยู่ แล้วมานั่งกังวลเรื่องกาแฟ... หมอว่าเรากำลังแก้ปัญหาผิดจุดครับ

สรุป

การดื่มกาแฟในปริมาณที่เหมาะสม (1-3 แก้วต่อวัน) "ไม่ได้ทำให้กระดูกพรุนเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ" ในคนที่มีสุขภาพแข็งแรงและได้รับแคลเซียมเพียงพอครับ

ความกลัวที่มากเกินไป จนทำให้เราเครียดและขาดความสุข อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตมากกว่าผลเสียของกาแฟที่มีต่อกระดูกเสียอีก

หลักการง่ายๆ ของหมอคือ "ดื่มอย่างมีความสุขและสมดุล"

  • ถ้าชอบกาแฟใส่นม -> คุณได้แคลเซียมแถม สบายใจได้เลย
  • ถ้าชอบกาแฟดำ -> อย่าลืมกินแคลเซียมเสริมจากอาหารอื่น และอย่าลืมออกกำลังกายต้านแรงต้าน (Weight Bearing) เพื่อกระตุ้นให้กระดูกแข็งแรง

เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถมีความสุขกับกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟในทุกเช้า ได้พร้อมๆ กับการมีโครงสร้างร่างกายที่แข็งแกร่งไปจนแก่เฒ่าครับ

ด้วยความปรารถนาดี บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#หมอเก่งกระดูกและข้อ #กาแฟกับกระดูก #กระดูกพรุน #กินกาแฟกระดูกบาง #แคลเซียม #คาเฟอีน #CoffeeLovers #ดูแลกระดูก #โรคกระดูกพรุน #สุขภาพผู้สูงอายุ


References

  1. Hallström H, Wolk A, Glynn A, Michaëlsson K. Coffee, tea and caffeine consumption in relation to osteoporotic fracture risk in a cohort of Swedish women. Osteoporos Int. 2006;17(7):1055-64.
  2. Heaney RP. Effects of caffeine on bone and the calcium economy. Food Chem Toxicol. 2002;40(9):1263-70.
  3. Choi EJ, Choi KH, Park SM, Shin JH, Joh HK, Cho B. The Benefit of Bone Health by Drinking Coffee among Korean Postmenopausal Women: A Cross-Sectional Analysis of the Fourth & Fifth Korea National Health and Nutrition Examination Surveys. PLoS One. 2016;11(1):e0148056.
  4. Barrett-Connor E, Chang JC, Edelstein SL. Coffee-associated osteoporosis offset by daily milk consumption. The Rancho Bernardo Study. JAMA. 1994;271(4):280-3.
  5. National Osteoporosis Foundation. Nutrition and Your Bones: Caffeine [Internet]. Arlington (VA): NOF; 2021 [cited 2024 Jul 18]. Available from: https://www.bonetalk.org

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น