วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569

นอกจากข้อมือ เวลาผู้สูงอายุล้ม มีจุดไหนอีกที่หักบ่อยและอันตรายครับ?

 



“หมอครับ แม่แค่ลื่นก้นกระแทกเบาๆ เอง ทำไมถึงเดินไม่ได้เลยครับ?”

ประโยคนี้ผมได้ยินแทบทุกสัปดาห์ในห้องฉุกเฉินครับ จากลูกหลานที่พาคุณพ่อคุณแม่มาด้วยความตกใจ เพราะการล้มที่ดูเหมือน “ไม่มีอะไร” ในสายตาคนหนุ่มสาว อาจกลายเป็น “เรื่องใหญ่” ถึงชีวิตสำหรับผู้สูงอายุ

เรามักจะคุ้นเคยว่า เวลาผู้สูงอายุล้ม “ข้อมือ” มักจะหักก่อนเพื่อน เพราะสัญชาตญาณคนเราจะเอามือยันพื้นเพื่อกันเจ็บ แต่ความจริงที่น่ากลัวกว่านั้นคือ... บางครั้งมือไม่ได้ยัน หรือยันไม่อยู่ แรงกระแทกจึงส่งต่อไปยังจุดยุทธศาสตร์สำคัญอื่นๆ ของร่างกาย

วันนี้หมออยากพามาสำรวจ “3 จุดอันตราย” นอกจากข้อมือ ที่เมื่อผู้สูงอายุล้มแล้วต้องระวังให้มากที่สุด เพราะถ้าหักแล้ว ไม่ใช่แค่เจ็บ แต่หมายถึงการเปลี่ยนวิถีชีวิต หรืออาจเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะติดเตียงได้เลยครับ

1. ข้อสะโพกหัก (Hip Fracture): “จุดเปลี่ยนชีวิต” ที่น่ากลัวที่สุด

นี่คือ “พี่ใหญ่” ของการหักในผู้สูงอายุครับ ถือเป็นภาวะเร่งด่วนทางออร์โธปิดิกส์เลยทีเดียว

เกิดได้อย่างไร: ส่วนใหญ่มักเกิดจากการล้มแล้วเอาด้านข้างลง หรือก้นกระแทกพื้นโดยตรง แรงกระแทกจะส่งไปที่ “คอสะโพก” (Femoral Neck) หรือ “ปุ่มกระดูกข้างสะโพก” (Intertrochanteric) ซึ่งในผู้สูงอายุ กระดูกตรงนี้จะบางและเปราะเหมือนฟองน้ำแห้งๆ

อาการ:

  • ล้มแล้วลุกไม่ได้ทันที

  • ลงน้ำหนักขาข้างนั้นไม่ได้เลย ปวดบริเวณขาหนีบหรือแก้มก้น

  • ถ้าสังเกตดีๆ ขาข้างที่หักจะดู “สั้นกว่า” อีกข้าง และ “บิดหมุนออกด้านนอก”

ทำไมถึงอันตราย: ข้อมูลทางการแพทย์ทั่วโลกยืนยันตรงกันครับว่า ผู้สูงอายุที่สะโพกหัก หากนอนติดเตียง ไม่ได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อให้ลุกเดินได้เร็ว จะมีความเสี่ยงเสียชีวิตสูงมากภายใน 1 ปีแรก ไม่ใช่เพราะกระดูกหักนะครับ แต่เพราะโรคแทรกซ้อนจากการนอนนานๆ เช่น ปอดบวม (Pneumonia), แผลกดทับ (Pressure Sore), และ การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

การรักษา: มาตรฐานปัจจุบันคือ “ผ่าตัดให้เร็วที่สุด” (ถ้าสภาพร่างกายไหว) ภายใน 24-48 ชั่วโมง เพื่อให้คนไข้ลุกมานั่ง ยืน และเดินได้ไวที่สุด เป็นการกู้คืนคุณภาพชีวิตครับ

2. กระดูกสันหลังยุบ (Vertebral Compression Fracture): “ภัยเงียบ” ที่คนมักมองข้าม

จุดนี้มักถูกละเลยบ่อยที่สุด เพราะบางคนล้มไม่แรง หรือแค่กระแทกเบาๆ แล้วก็ลุกเดินต่อได้ แต่หารู้ไม่ว่ากระดูกสันหลังได้ยุบตัวลงไปแล้ว

เกิดได้อย่างไร: ก้นกระแทกพื้น (Sitting fall) แรงกระแทกจะวิ่งย้อนขึ้นไปตามแนวกระดูกสันหลัง ทำให้ตัวกระดูกสันหลังที่พรุนอยู่แล้ว ยุบตัวลงเหมือน “กล่องกระดาษที่ถูกทับ”

อาการ:

  • ปวดหลังบริเวณเอวหรือกลางหลัง โดยเฉพาะเวลาขยับเปลี่ยนท่า ลุกจากที่นอน หรือพลิกตัว

  • เดินได้ แต่จะเดินแบบหลังค่อมๆ หรือตัวงอ เพราะกระดูกที่ยุบทำให้หลังเสียรูป

  • บางคนคิดว่าเป็นแค่ “กล้ามเนื้ออักเสบ” หรือ “ปวดหลังตามวัย” เลยซื้อยากินเอง จนหลังเริ่มค่อมลงเรื่อยๆ (Kyphosis)

ทำไมถึงอันตราย: หากปล่อยทิ้งไว้ กระดูกที่ยุบจะทำให้หลังค่อมจนกดเบียดปอดและช่องท้อง ทำให้หายใจไม่สะดวก ทานอาหารได้น้อยลง และเกิดอาการปวดหลังเรื้อรังที่ทรมานตลอดเวลา

การรักษา: มีตั้งแต่การใส่เสื้อเกราะดามหลัง (Brace) พักผ่อน ไปจนถึงการฉีดซีเมนต์เสริมกระดูก (Vertebroplasty/Kyphoplasty) เพื่อหยุดอาการปวดและคืนความสูงของกระดูกในบางส่วน

3. กระดูกต้นแขนขวาร (Proximal Humerus Fracture): “อุปสรรค” ในการใช้ชีวิตประจำวัน

จุดนี้อยู่ใกล้ๆ หัวไหล่ครับ มักเกิดในกรณีที่พยายามเอามือยันพื้น แต่แขนเหยียดไม่สุด หรือล้มเอาไหล่กระแทก

อาการ:

  • ปวดไหล่มาก ขยับแขนไม่ได้

  • ผ่านไป 1-2 วัน จะเริ่มเห็น “รอยช้ำเลือดขนาดใหญ่” ไหลลงมาตามท้องแขนและข้างลำตัว จนน่าตกใจ (เกิดจากเลือดที่ออกในข้อไหล่ไหลซึมลงมาตามแรงโน้มถ่วง)

ทำไมถึงอันตราย: แม้จะไม่ถึงกับเดินไม่ได้แบบสะโพก แต่ไหล่คือจุดหมุนสำคัญ การหักตรงนี้ทำให้ “ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้” ครับ กินข้าวเองไม่ได้ แปรงฟันไม่ได้ อาบน้ำไม่ได้ กลายเป็นภาระของผู้ดูแลทันที และถ้ากายภาพไม่ดี จะเกิดภาวะ “ข้อไหล่ติด” ถาวรได้ง่ายมาก

ทำไมผู้สูงอายุถึงหักง่ายจัง?

คำตอบคือ “โรคกระดูกพรุน” (Osteoporosis) ครับ

เปรียบเทียบง่ายๆ กระดูกคนหนุ่มสาวเหมือน “กิ่งไม้สด” ที่มีความเหนียว หักยาก แต่กระดูกผู้สูงอายุที่เป็นโรคกระดูกพรุน เหมือน “กิ่งไม้แห้ง” หรือ “ชอล์ก” แค่มีแรงกระทำนิดเดียว ก็พร้อมจะหักหรือแตกละเอียดได้ทันที

หลายคนไม่รู้ตัวว่าเป็นกระดูกพรุน จนกระทั่งล้มและหักครั้งแรกนี่แหละครับ

แนวทางการดูแลและป้องกัน: กันไว้ดีกว่าแก้ (มาก)

  1. ปรับบ้านให้ปลอดภัย: พื้นห้องน้ำต้องไม่ลื่น, มีราวจับ, แสงสว่างเพียงพอ, ไม่มีพรมเช็ดเท้าที่ชวนสะดุด

  2. เช็คความหนาแน่นมวลกระดูก (Bone Density Mass): แนะนำให้ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ชาย 70 ปีขึ้นไป ตรวจวัดค่าความหนาแน่นกระดูก (DEXA Scan) อย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อดูว่าเราเสี่ยงแค่ไหน ถ้าเจอภาวะกระดูกพรุน มียารักษาที่ช่วยลดโอกาสหักได้ครับ

  3. ฝึกการทรงตัว (Balance Exercise): เช่น ไทเก็ก หรือ ยืนขาเดียว (โดยมีที่จับ) ช่วยลดโอกาสล้มได้จริง

  4. ถ้าล้มแล้ว... อย่าเพิ่งนวด: หากผู้สูงอายุล้ม และมีอาการปวด ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจมีกระดูกหัก ให้ประคบเย็น และรีบพามาโรงพยาบาลเพื่อเอกซเรย์ อย่านวดเฟ้นหรือดัด เพราะอาจทำให้กระดูกที่หักอยู่แล้วเคลื่อนที่ไปทิ่มเส้นเลือดหรือเส้นประสาทได้ครับ

สรุป

นอกจากข้อมือแล้ว “สะโพก - หลัง - ไหล่” คือ 3 จุดอันตรายที่ต้องระวังที่สุดเมื่อผู้สูงอายุล้ม การล้มเพียงครั้งเดียว อาจเปลี่ยนคนแก่ที่แข็งแรงให้กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงได้

การป้องกันที่ดีที่สุด คือการไม่ล้ม แต่ถ้าล้มแล้วต้องรีบตรวจให้เจอ และรักษาให้ไว เพื่อให้ท่านกลับมายืนหยัดใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้งครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ผู้สูงอายุล้ม #กระดูกสะโพกหัก #กระดูกสันหลังยุบ #กระดูกไหล่หัก #โรคกระดูกพรุน #ป้องกันล้ม #ผ่าตัดสะโพก #หมอเก่งเชียงใหม่ #ปวดหลังในผู้สูงอายุ #กระดูกหักในผู้สูงอายุ


References

  1. Kanis JA, Cooper C, Rizzoli R, Reginster JY. European guidance for the diagnosis and management of osteoporosis in postmenopausal women. Osteoporos Int. 2019;30(1):3-44.

  2. Bhandari M, Swiontkowski M. Management of Acute Hip Fracture. N Engl J Med. 2017;377(21):2053-2062.

  3. Alexandru D, So W. Evaluation and management of vertebral compression fractures. Perm J. 2012;16(4):46-51.

  4. Court-Brown CM, Clement ND, Duckworth AD, Biant LC, McQueen MM. The changing epidemiology of fall-related fractures in adults. Injury. 2017;48(5):819-824.

  5. Dyer SM, Crotty M, Fairhall N, Magaziner J, Beaupre LA, Cameron ID, et al. A critical review of the long-term disability outcomes following hip fracture. BMC Geriatr. 2016;16:158.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น