วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ใช้ยาฉีดกระดูกพรุนอยู่ จะไปทำฟัน ทำรากฟันเทียม หรือใส่ครอบฟันได้ไหม?

 

"หมอครับ/หมอคะ ใช้ยาฉีดกระดูกพรุนอยู่ จะไปทำฟัน ทำรากฟันเทียม หรือใส่ครอบฟันได้ไหม? เห็นเขาว่ากันว่าน่ากลัว จริงหรือเปล่า?"

คำถามนี้เป็นเรื่องที่คนไข้ถามผมบ่อยมากครับ โดยเฉพาะคนที่ใช้ยาฉีด Denosumab (ชื่อการค้าที่คุ้นเคยคือ Prolia) ซึ่งเป็นยาที่ประสิทธิภาพดีมากในการเพิ่มมวลกระดูก แต่พอถึงเวลาต้องเข้าเก้าอี้ทำฟัน หลายคนจะเริ่มกังวลเรื่อง "กระดูกกรามตาย" ขึ้นมาทันที

วันนี้ผมจะมาไขข้อข้องใจแบบภาษาบ้านๆ ตามแนวทางเวชปฏิบัติล่าสุด เพื่อให้คุณเดินไปหาหมอฟันได้อย่างสบายใจครับ


ความจริงเรื่อง "ยาฉีดกระดูกพรุน" กับ "การทำฟัน"

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ยารักษากระดูกพรุน ทั้งกลุ่มฉีด (Denosumab) และกลุ่มกิน/ฉีด (Bisphosphonates) มีเป้าหมายเดียวกันคือ "ยับยั้งการทำลายกระดูก" เพื่อให้กระดูกเราแข็งแรงขึ้น ไม่หักง่าย

แต่เนื่องจากกระดูกกรามในปากเราเป็นจุดที่มีการ "ซ่อมแซมตัวเอง" (Bone Turnover) สูงที่สุดในร่างกาย เมื่อยาไปยับยั้งการทำงานของเซลล์ที่ทำลายกระดูกมากเกินไป ในบางเคส (ซึ่งน้อยมาก) หากมีการทำหัตถการที่รุนแรงถึงขั้นกระดูกกราม อาจทำให้กระดูกบริเวณนั้นขาดเลือดไปเลี้ยงและซ่อมแซมตัวเองไม่ได้ จนเกิดภาวะที่เรียกว่า "กระดูกกรามตาย" (ONJ) ครับ


ทำรากฟันเทียมอยู่ กำลังจะใส่ครอบฟัน (Crown) มีปัญหาไหม?

สำหรับกรณีของคุณที่ถามมาว่า "ทำรากฟันเสร็จแล้ว อยู่ในขั้นตอนใส่ครอบฟัน (Crown)" คำตอบคือ "แทบไม่มีความเสี่ยงเลยครับ"

  • การใส่ครอบฟัน (Crown): เป็นการทำงานบนตัวฟัน หรือส่วนของรากฟันเทียมที่ฝังแน่นไปแล้ว ไม่มีการไปกระทบกระเทือนหรือทำลายเนื้อเยื่อกระดูกกรามเพิ่มเติม ดังนั้นคุณสามารถทำต่อได้ตามปกติครับ
  • สิ่งที่ต้องระวัง: คือขั้นตอนที่มีการ "ถอนฟัน" "ผ่าฟันคุด" หรือ "การฝังรากฟันเทียมใหม่" ซึ่งเป็นการรบกวนกระดูกกรามโดยตรงครับ

Denosumab VS Bisphosphonate: ต่างกันยังไง?

นี่คือประเด็นสำคัญที่ Guideline ล่าสุดให้ความสำคัญครับ เพราะธรรมชาติของยา 2 กลุ่มนี้ต่างกันมาก

  1. ยากลุ่ม Bisphosphonates (ทั้งกินและฉีด): ยาตัวนี้เหมือน "สีที่ทาแล้วติดทน" ครับ มันจะสะสมอยู่ในกระดูกนานมาก แม้หยุดยาไปแล้ว ฤทธิ์ยาก็ยังอยู่เป็นปีๆ
  2. ยา Denosumab (ยาฉีดทุก 6 เดือน): ยาตัวนี้เหมือน "การเปิด-ปิดสวิตช์" ครับ ฤทธิ์ยาจะค่อยๆ ลดลงและหมดไปภายใน 6 เดือนหลังจากฉีดเข็มสุดท้าย ดังนั้น Denosumab มีความยืดหยุ่นในการทำฟันมากกว่า เพราะเราสามารถกะจังหวะ "ช่วงพักยา" ได้แม่นยำกว่าครับ

การทำทันตกรรมแบบไหน "เสี่ยง" แบบไหน "ปลอดภัย"?

หมอฟันจะแบ่งความเสี่ยงออกเป็น 2 ระดับครับ:

  • ความเสี่ยงต่ำ (ทำได้เลย): อุดฟัน, ขูดหินปูน (แบบไม่ลึกมาก), รักษาคลองรากฟัน, ทำครอบฟัน, ทำฟันปลอมแบบถอดได้
  • ความเสี่ยงสูง (ต้องวางแผน): ถอนฟัน, ผ่าฟันคุด, การผ่าตัดเหงือกที่ต้องเปิดแผลถึงกระดูก, การฝังรากฟันเทียมใหม่

แนวทางปฏิบัติล่าสุด (Update Guideline) สำหรับคนฉีด Denosumab

หากคุณจำเป็นต้องทำหัตถการที่ "มีความเสี่ยงสูง" (เช่น ถอนฟัน) หลักการที่หมอกระดูกและหมอฟันแนะนำร่วมกันคือ "ทฤษฎีจังหวะเวลา" (The 3-4 Month Rule):

  1. หาช่วงเวลาที่ยาออกฤทธิ์ต่ำสุด: ควรทำฟันหลังจากฉีดยา Denosumab ไปแล้วประมาณ 3-4 เดือน (ซึ่งเป็นช่วงที่ระดับยาในร่างกายลดต่ำลงที่สุด)
  2. เว้นระยะก่อนฉีดเข็มต่อไป: หลังจากทำฟันเสร็จ ควรเว้นระยะให้แผลในปากหายดีก่อน (ประมาณ 2-4 สัปดาห์) แล้วค่อยไปฉีดเข็มถัดไป
  3. ไม่ต้องหยุดยาถาวร: ปัจจุบันไม่แนะนำให้หยุดยา Denosumab นานเกินไป เพราะอาจเกิดภาวะ "กระดูกหักย้อนกลับ" (Rebound vertebral fractures) ได้ครับ

สรุปคำแนะนำสำหรับคุณ

  • ใส่ครอบฟัน: ทำได้ทันที ไม่ต้องเลื่อนนัดหมอฟันครับ
  • รักษาความสะอาด: แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างเคร่งครัด เพราะ "การมีฟันผุหรือเหงือกอักเสบ" มีความเสี่ยงทำให้กระดูกกรามพังมากกว่าการทำฟันเสียอีก
  • แจ้งหมอฟัน: ทุกครั้งที่ไปทำฟัน ต้องบอกว่า "ผม/ดิฉัน ฉีดยารักษากระดูกพรุนชื่อ Denosumab (Prolia) อยู่" เพื่อให้หมอฟันช่วยสังเกตอาการครับ

การรักษากระดูกพรุนเป็นเรื่องสำคัญ แต่สุขภาพช่องปากก็ทิ้งไม่ได้ครับ แค่เราวางแผนร่วมกับหมอกระดูกและหมอฟัน เราก็จะมีทั้งกระดูกที่แข็งแรงและรอยยิ้มที่มั่นใจไปพร้อมๆ กันครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#กระดูกพรุน #Denosumab #ทำฟัน #รากฟันเทียม #ครอบฟัน #กระดูกกรามตาย #รักษากระดูกพรุน #หมอเก่ง #สุขภาพช่องปาก #Prolia


References

  1. Adler RA, et al. Managing Osteoporosis in Patients on Antiresorptive Therapy with Dental Concerns. Journal of Bone and Mineral Research. 2016;31(1):16-23. (สรุป: แนวทางการจัดการคนไข้โรคกระดูกพรุนที่ต้องทำฟันในกลุ่มยา Antiresorptive)
  2. Yarom N, et al. Medication-Related Osteonecrosis of the Jaw: MASCC/ISOO/ASCO Clinical Practice Guideline. Journal of Clinical Oncology. 2019;37(25):2270-2290. (สรุป: ไกด์ไลน์ระดับสากลเรื่องภาวะกระดูกกรามตายจากการใช้ยา)
  3. Diez-Perez A, et al. Denosumab and the risk of oromaxillofacial disorders. Osteoporosis International. 2021;32:1015–1023. (สรุป: งานวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับความเสี่ยงและการจัดการคนใช้ยา Denosumab กับการทำทันตกรรม)
  4. AAOMS Position Paper. Medication-Related Osteonecrosis of the Jaw—2022 Update. Journal of Oral and Maxillofacial Surgery. 2022;80(5):920-943. (สรุป: การอัปเดตล่าสุดปี 2022 เกี่ยวกับการป้องกันและรักษาภาวะกระดูกกรามตายจากการใช้ยา)
  5. Thai Osteoporosis Foundation (TOPF). Clinical Practice Guideline for Management of Osteoporosis. 2021. (สรุป: แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลโรคกระดูกพรุนของประเทศไทย)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น