วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ฝังรากเทียมขณะใช้ยาแก้กระดูกพรุน อันตรายจริงไหม? เรื่องที่คนอยากทำฟันต้องรู้ก่อนกังวลจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ

 



ฝังรากเทียมขณะใช้ยาแก้กระดูกพรุน อันตรายจริงไหม? เรื่องที่คนอยากทำฟันต้องรู้ก่อนกังวลจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ

"คุณหมอครับ ผมอยากไปทำรากเทียมมากเลย แต่หมอฟันบอกว่าผมกินยาแก้กระดูกพรุนอยู่ ทำไม่ได้เด็ดขาด เพราะกระดูกขากรรไกรอาจจะตาย... มันน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอครับ?"

นี่คือคำถามยอดฮิตที่คุณลุงสมชาย (นามสมมติ) วัย 68 ปี ถามผมด้วยสีหน้ากังวลสุดขีด ลุงสมชายเป็นคนไข้โรคกระดูกพรุนที่ดูแลกับผมมานาน แกทานยาเม็ดสัปดาห์ละครั้งต่อเนื่องมาหลายปี พอฟันหลออยากจะเคี้ยวอาหารให้อร่อยเหมือนสมัยหนุ่มๆ กลับเจอคำเตือนที่ทำให้ขวัญเสีย

วันนี้ผมจะมาไขข้อข้องใจแบบภาษาบ้านๆ ให้ฟังครับว่า จริงๆ แล้วคนไข้ที่ทานยาหรือฉีดยาแก้กระดูกพรุนกลุ่ม "บิสฟอสโฟเนต" (Bisphosphonates) สามารถฝังรากเทียมได้หรือไม่ และต้องเตรียมตัวอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด


ทำความเข้าใจก่อน: ยาตัวนี้ทำหน้าที่อะไร?

ก่อนอื่นต้องบอกว่ายาในกลุ่มบิสฟอสโฟเนต (เช่น Alendronate ที่เป็นยาเม็ด หรือ Zoledronic acid ที่เป็นยาฉีดรายปี) คือฮีโร่ที่ช่วยลดความเสี่ยงกระดูกหักในผู้สูงอายุได้มหาศาลครับ หลักการทำงานของมันคือ "การไปยับยั้งตัวทำลายกระดูก" ทำให้กระดูกเราหนาแน่นขึ้น ไม่เปราะหักง่าย

แต่เหรียญมีสองด้านเสมอครับ เนื่องจากยาตัวนี้ไปลดการสลายตัวของกระดูก ทำให้กระดูกมีการ "ซ่อมแซมตัวเอง" (Remodeling) ช้าลงกว่าปกติ ซึ่งในร่างกายเรา กระดูกที่มีการผลัดเปลี่ยนเซลล์บ่อยที่สุดจุดหนึ่งก็คือ **"กระดูกขากรรไกร"**นั่นเองครับ

เมื่อเราไปทำหัตถกรรมหนักๆ เช่น การถอนฟัน หรือการฝังรากเทียมที่ต้องเจาะเข้าไปในกระดูก หากร่างกายซ่อมแซมแผลไม่ทัน หรือมีการติดเชื้อแทรกซ้อน ก็อาจเกิดภาวะที่เรียกว่า "กระดูกขากรรไกรตาย" (Osteonecrosis of the Jaw หรือ ONJ) ซึ่งเป็นภาวะที่เนื้อเยื่อเหงือกไม่ปิดแผล และมองเห็นกระดูกโผล่ออกมาเป็นเวลานานกว่า 8 สัปดาห์


ความจริงที่น่าตกใจ (แต่ช่วยให้สบายใจขึ้น)

หลายคนฟังแล้วอาจจะกลัวจนไม่กล้าแตะยา แต่ฟังทางนี้ก่อนครับ จากข้อมูลทางการแพทย์ล่าสุด โอกาสเกิดภาวะกระดูกขากรรไกรตายในคนไข้ที่ทานยาแก้กระดูกพรุนเพื่อรักษา "โรคกระดูกพรุนทั่วไป" นั้น ต่ำมาก ครับ

  • สถิติบอกว่าพบเพียงประมาณ 0.01% ถึง 0.1% เท่านั้น (หรือประมาณ 1 ใน 1,000 ถึง 1 ใน 10,000 ราย)
  • ส่วนใหญ่เคสที่อันตรายจริงๆ มักเป็นคนไข้โรคมะเร็งที่ได้รับยาตัวนี้ใน "ปริมาณสูงมากและฉีดบ่อยทุกเดือน" เพื่อรักษาอาการมะเร็งลามไปกระดูก

ดังนั้น สำหรับคุณลุงคุณป้าที่ทานยาเม็ดอาทิตย์ละครั้ง หรือฉีดยาปีละครั้งเพื่อกันกระดูกหัก ความเสี่ยงถือว่าน้อยมากครับ แต่ก็ "ไม่ใช่ศูนย์" เราจึงต้องระวังกันไว้ก่อน


อาการที่ต้องสังเกต

หากคุณกำลังใช้ยาอยู่ แล้วไปทำฟันมา หรืออยู่ดีๆ มีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบหมอฟันหรือหมอกระดูกทันทีครับ:

  1. ปวดเหงือกหรือฟันอย่างรุนแรงโดยหาสาเหตุไม่ได้
  2. เหงือกบวมแดง อักเสบเรื้อรัง
  3. มีหนองไหลออกมาจากเหงือก
  4. ฟันโยกผิดปกติ
  5. เห็นเศษกระดูกสีขาวๆ โผล่ออกมาในช่องปาก และแผลไม่ยอมปิดสักที

แนวทางปฏิบัติ: ถ้าจะฝังรากเทียม ต้องทำยังไง?

ข้อมูลอัปเดตล่าสุดจากสมาคมศัลยกรรมช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล (AAOMS) และแนวทางเวชปฏิบัติปัจจุบัน สรุปขั้นตอนให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้ครับ:

1. ปรึกษาหมอกระดูกก่อนเสมอ อย่าหยุดยาเองเด็ดขาดครับ! หมอกระดูกจะประเมินว่าคุณมีความเสี่ยงแค่ไหน โดยดูจาก "ระยะเวลาที่ใช้ยา"

  • ใช้ยาน้อยกว่า 4 ปี: และไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่น (เช่น ไม่ได้ทานสเตียรอยด์) โดยส่วนใหญ่สามารถฝังรากเทียมได้เลยตามปกติครับ ไม่จำเป็นต้องหยุดยา
  • ใช้ยามากกว่า 4 ปี: หรือมีปัจจัยเสี่ยงร่วม หมออาจจะพิจารณาให้ "พักยา" (Drug Holiday) ประมาณ 2-4 เดือนก่อนทำฟัน และรอจนแผลหายสนิทค่อยกลับมาเริ่มยาใหม่

2. ตรวจสุขภาพช่องปากให้คลีนที่สุด ก่อนจะฝังรากเทียม คุณต้องรักษาโรคเหงือก อุดฟันที่ผุ และขูดหินปูนให้เรียบร้อย เพราะ "การติดเชื้อในช่องปาก" คือตัวจุดชนวนที่สำคัญที่สุดที่ทำให้กระดูกตาย ไม่ใช่แค่ตัวยาเพียงอย่างเดียวครับ

3. การเลือกใช้ยา กรณีที่ต้องฝังรากเทียมจริงๆ หมอฟันอาจจะเลือกใช้เทคนิคที่ถนอมเนื้อเยื่อที่สุด หรือใช้ยาปฏิชีวนะช่วยในช่วงที่ทำ เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ

4. การดูแลหลังทำ ต้องรักษาความสะอาดแบบ 10 เต็ม 10 ครับ บ้วนปากตามคำแนะนำหมอฟัน และนัดตรวจติดตามแผลอย่างต่อเนื่องจนกว่าแผลจะปิดสนิท 100%


สรุป: กินยาอยู่ ทำรากเทียมได้ไหม?

คำตอบคือ "ทำได้ครับ แต่ต้องวางแผน" เราไม่ควรกลัวจนปฏิเสธการรักษาโรคกระดูกพรุน เพราะกระดูกสะโพกหักอันตรายถึงชีวิตมากกว่าเรื่องฟันหลายเท่าครับ ในขณะเดียวกัน เราก็ไม่ควรละเลยความเสี่ยงเรื่องขากรรไกร

สูตรสำเร็จคือ: "บอกหมอฟันว่ากินยาอะไร บอกหมอกระดูกว่าจะทำรากเทียมเมื่อไหร่" ให้คุณหมอทั้งสองท่านได้คุยกันหรือส่งข้อมูลถึงกัน เท่านี้คุณลุงคุณป้าก็จะมีกระดูกที่แข็งแรงและมีรอยยิ้มที่มั่นใจเหมือนเดิมแล้วครับ


หากท่านใดที่มีความเห็นต่างหรือกังวลใจเกี่ยวกับข้อมูลนี้ สามารถแลกเปลี่ยนมุมมองกันได้ด้วยความยินดีครับ ข้อมูลทางการแพทย์มีการพัฒนาอยู่เสมอ และการรักษาก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลที่แตกต่างกันไป

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#กระดูกพรุน #ฝังรากเทียม #บิสฟอสโฟเนต #กระดูกขากรรไกรตาย #หมอเก่ง #รักษากระดูก #สุขภาพผู้สูงอายุ #ทำฟัน #รากเทียม #ความรู้สุขภาพ


References

  1. Adler RA, et al. (2016). Managing Osteoporosis in Patients on Long-term Bisphosphonate Treatment: Report of a Task Force of the American Society for Bone and Mineral Research. Journal of Bone and Mineral Research.
    • สรุป: แนวทางวิชาการเกี่ยวกับการใช้ยาบิสฟอสโฟเนตในระยะยาว และการประเมินช่วงเวลาที่ควรพักยา (Drug Holiday) เพื่อลดผลข้างเคียง
  2. Ruggiero SL, et al. (2022). American Association of Oral and Maxillofacial Surgeons (AAOMS) Position Paper on Medication-Related Osteonecrosis of the Jaws—2022 Update. Journal of Oral and Maxillofacial Surgery.
    • สรุป: ข้อมูลอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับการวินิจฉัยและการจัดการภาวะกระดูกขากรรไกรตายจากการใช้ยา รวมถึงความเสี่ยงในคนไข้ฝังรากเทียม
  3. Khan AA, et al. (2015). Diagnosis and Management of Osteonecrosis of the Jaw: A Systematic Review and International Consensus. Journal of Bone and Mineral Research.
    • สรุป: บทความฉันทามติระดับนานาชาติที่อธิบายกลไกการเกิดโรคและการดูแลรักษาคนไข้ที่มีปัญหาขากรรไกรจากยาแก้กระดูกพรุน
  4. Papapoulos S, et al. (2018). Bisphosphonates in the Management of Postmenopausal Osteoporosis. Archives of Osteoporosis.
    • สรุป: รวบรวมประสิทธิภาพของการใช้ยาบิสฟอสโฟเนตในการป้องกันกระดูกหัก และการเปรียบเทียบความเสี่ยงกับประโยชน์ที่ได้รับ
  5. Reid IR. (2020). Short-term and Long-term Effects of Osteoporosis Therapies on Bone Loss and Fracture Prevention. Endocrine Reviews.
    • สรุป: การศึกษาถึงผลกระทบของยาต่อเซลล์กระดูกทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งช่วยอธิบายว่าทำไมถึงต้องมีการวางแผนก่อนทำหัตถการทางทันตกรรม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น