"กระดูกพรุน" ภัยเงียบที่ไม่มีสัญญาณเตือน... กว่าจะรู้ตัวอีกทีคือ "หัก" ไปแล้ว! หลายคนไปตรวจมวลกระดูกมาแล้วได้ใบรายงานผลที่มีตัวเลขยิบย่อยเต็มไปหมด ทั้ง T-score, Z-score หรือค่า FRAX จนงงว่าสรุปแล้วกระดูกเรายังแข็งแรงดี หรือเปราะบางจนใกล้หักกันแน่?
"แค่จามเบาๆ กระดูกก็หักได้... เรื่องจริงที่ผมเจอในห้องตรวจ"
วันก่อนมีคนไข้คุณป้าท่านหนึ่ง ชื่อคุณสมศรี (นามสมมติ) อายุ 65 ปี เดินเข้ามาหาผมด้วยอาการปวดหลังอย่างรุนแรงหลังจากแค่ "ก้มเก็บของ" ในบ้าน
คุณป้าบอกว่า "คุณหมอคะ ป้าไม่ได้ล้ม ไม่ได้กระแทกอะไรเลย แค่ก้มลงไปนิดเดียวก็ได้ยินเสียง กึก ที่หลัง แล้วก็เจ็บจนลุกไม่ขึ้นเลยค่ะ"
ผลเอกซเรย์ปรากฏว่า กระดูกสันหลังของคุณป้าทรุดตัวลงครับ สาเหตุไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุร้ายแรง แต่เป็นเพราะ "โรคกระดูกพรุน" ที่สะสมมานานโดยที่คุณป้าไม่เคยรู้ตัวเลย เพราะโรคนี้ไม่มีอาการปวด ไม่มีสัญญาณเตือน เหมือนปลวกที่กัดกินเนื้อไม้ข้างในจนกลวง พอรับน้ำหนักนิดเดียวก็พังครืนลงมา
นี่คือเหตุผลที่ผมอยากให้ทุกคนเข้าใจเรื่อง "การตรวจมวลกระดูก" ครับ เพราะมันคือเครื่องมือเดียวที่จะบอกเราได้ว่า "บ้าน" (ร่างกาย) ของเรากำลังโดนปลวกกินอยู่หรือเปล่า
โรคกระดูกพรุนคืออะไร? ทำไมถึงน่ากลัว?
ลองจินตนาการว่ากระดูกของเราเหมือน "ช็อกโกแลตเวเฟอร์" ครับ ถ้ากระดูกปกติ เนื้อข้างในจะแน่น รูพรุนจะเล็กและแข็งแรง เหมือนเวเฟอร์ใหม่ๆ ที่กรอบและหักยาก แต่พอเป็น โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) เนื้อกระดูกจะถูกดึงแคลเซียมออกไป จนรูพรุนข้างในขยายใหญ่ขึ้น ผนังกระดูกบางลงเรื่อยๆ จนเหมือนเวเฟอร์ที่เก่าและเปื่อย แค่เอามือบีบเบาๆ ก็แตกละเอียด
กระบวนการเกิดโรค (Pathogenesis) แบบเข้าใจง่าย: ร่างกายเรามีการ "สร้าง" และ "ทำลาย" กระดูกตลอดเวลาครับ
- ตอนเด็ก: สร้าง > ทำลาย (กระดูกเลยหนาขึ้นเรื่อยๆ)
- วัยทอง/ผู้สูงอายุ: สร้าง < ทำลาย (กระดูกเลยบางลง) โดยเฉพาะผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เคยช่วย "ล็อก" แคลเซียมไว้ในกระดูกมันหายไป ทำให้กระดูกบางลงอย่างรวดเร็วครับ
ใครบ้างที่ "เสี่ยง" จนต้องรีบไปตรวจ?
- ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป หรือผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป
- ผู้หญิงที่หมดประจำเดือนก่อนอายุ 45 ปี (รวมถึงคนที่ผ่าตัดมดลูก/รังไข่)
- คนที่มีประวัติพ่อหรือแม่กระดูกสะโพกหัก
- คนที่ส่วนสูงลดลงเกิน 3 เซนติเมตร (สัญญาณว่ากระดูกสันหลังเริ่มทรุด)
- คนที่กินยาสเตียรอยด์ต่อเนื่องนานๆ หรือสูบบุหรี่ จัด ดื่มเหล้าบ่อย
การตรวจ DEXA Scan คืออะไร? ต้องเตรียมตัวยังไง?
การตรวจมวลกระดูกที่มาตรฐานที่สุดในปัจจุบันเรียกว่า DEXA Scan (Dual-Energy X-ray Absorptiometry) ครับ มันคือการใช้รังสีเอกซเรย์พลังงานต่ำ (น้อยกว่าการเอกซเรย์ปอดปกติเสียอีก) มาสแกนดูความหนาแน่นของกระดูก จุดที่หมอจะดูหลักๆ มี 2 จุดคือ:
- กระดูกสันหลังส่วนเอว (เพราะรับน้ำหนักตัวเยอะและชอบทรุด)
- กระดูกสะโพก (เพราะถ้าหักขึ้นมาคือเรื่องใหญ่ถึงขั้นติดเตียงได้)
การตรวจไม่เจ็บเลยครับ แค่นอนนิ่งๆ บนเตียงประมาณ 10-15 นาที ก็เสร็จแล้ว ไม่ต้องอดอาหาร ไม่ต้องฉีดสี
วิธีอ่านค่า T-score: ตัวเลขไหนที่เรียกว่า "อันตราย"?
เวลาได้ผลตรวจมา ให้มองหาคำว่า T-score ครับ ตัวเลขนี้คือการเปรียบเทียบความหนาแน่นกระดูกของเรา กับ "กระดูกของคนหนุ่มสาวที่แข็งแรงที่สุด"
- ค่ามากกว่า -1.0: คือ ปกติ (กระดูกยังแน่นปึ้ก)
- ค่าระหว่าง -1.0 ถึง -2.5: เรียกว่า "กระดูกบาง" (Osteopenia) เปรียบเหมือนสัญญาณไฟเหลืองครับ กระดูกเริ่มโปร่งแล้ว ต้องรีบดูแลก่อนจะกลายเป็นไฟแดง
- ค่าน้อยกว่า -2.5 (เช่น -2.6, -3.0): นี่คือ "กระดูกพรุน" (Osteoporosis) ครับ คือไฟแดงที่อันตรายมาก กระดูกพร้อมจะหักได้ทุกเมื่อแม้เพียงแค่ล้มเบาๆ
แล้ว Z-score ล่ะคืออะไร? ค่า Z-score คือการเทียบกระดูกเรากับ "คนอายุเท่ากัน" ครับ ส่วนใหญ่หมอจะใช้ดูในเด็กหรือคนหนุ่มสาวที่ยังมีประจำเดือนอยู่ เพื่อหาสาเหตุผิดปกติอื่นๆ
FRAX Score: เครื่องมือพยากรณ์อนาคต "โอกาสหักใน 10 ปี"
บางคนค่า T-score อาจจะอยู่แค่ช่วง "กระดูกบาง" (-2.0) แต่หมอกลับสั่งจ่ายยาให้กิน ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? นั่นเพราะเราใช้ FRAX Score เข้ามาช่วยประเมินครับ
FRAX คือโปรแกรมคำนวณที่เอาปัจจัยอื่นๆ เช่น อายุ, น้ำหนัก, ประวัติครอบครัว, การสูบบุหรี่ มารวมกับค่ามวลกระดูก เพื่อประเมินว่า "ในอีก 10 ปีข้างหน้า คุณมีโอกาสกระดูกหักกี่เปอร์เซ็นต์?"
- ถ้าคำนวณออกมาแล้ว โอกาสกระดูกสะโพกหัก > 3%
- หรือโอกาสกระดูกหลักหัก > 20% แบบนี้ถึงแม้จะยังไม่ถึงขั้น "พรุน" หมอก็มักจะแนะนำให้เริ่มการรักษาทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงครับ
แนวทางการรักษาและดูแลตัวเอง: ไม่ใช่แค่กินแคลเซียมก็พอ
หากตรวจพบว่ากระดูกเริ่มบางหรือพรุนแล้ว การรักษาจะมี 3 ประสานครับ:
1. ปรับพฤติกรรม (สำคัญที่สุด):
- อาหาร: เน้นแคลเซียมจากธรรมชาติ เช่น ปลาเล็กปลาน้อย ผักใบเขียว เต้าหู้ (คนสูงอายุต้องการแคลเซียมวันละ 1,000-1,200 มก.)
- วิตามินดี: ออกไปรับแดดอ่อนๆ ตอนเช้า เพราะถ้าขาดวิตามินดี ร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมไม่ได้เลยครับ
- ออกกำลังกาย: เน้นการลงน้ำหนัก (Weight-bearing) เช่น เดินเร็ว รำไทเก็ก เพื่อกระตุ้นให้กระดูกสร้างเนื้อใหม่
2. การใช้ยา: ปัจจุบันมียาหลายกลุ่มครับ ทั้งแบบกินรายสัปดาห์/รายเดือน หรือแบบฉีดราย 6 เดือน หรือรายปี หมอจะเลือกตามความเหมาะสม ซึ่งยาเหล่านี้จะไปช่วยยับยั้งการทำลายกระดูกและเสริมสร้างความแข็งแรง
3. การป้องกันการล้ม: คนกระดูกพรุน "ล้มไม่ได้" ครับ ต้องจัดบ้านให้สว่าง ไม่มีพรมเกะกะ มีราวจับในห้องน้ำ เพราะการหักส่วนใหญ่เกิดจากการล้มในบ้านนี่เอง
การพยากรณ์โรค: หายขาดไหม?
โรคกระดูกพรุน "รักษาให้ดีขึ้นได้ แต่ต้องอาศัยเวลา" ครับ เราไม่สามารถทำให้กระดูกหนาขึ้นภายใน 1-2 เดือน ผลมวลกระดูกมักจะค่อยๆ ดีขึ้นหลังการรักษา 1-2 ปี ดังนั้นต้องมีความอดทนและมาตรวจติดตามผล (Follow-up) ตามที่หมอนัดสม่ำเสมอ
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง: ถ้าปล่อยไว้จนกระดูกหัก โดยเฉพาะกระดูกสะโพก 1 ใน 5 ของผู้สูงอายุอาจเสียชีวิตได้ภายใน 1 ปีจากภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดติดเชื้อ หรือแผลกดทับจากการนอนติดเตียง ดังนั้น "ป้องกัน" ดีกว่า "ซ่อม" แน่นอนครับ
สรุป
การตรวจมวลกระดูกไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่เรื่องน่ากลัวครับ หากคุณอายุถึงเกณฑ์หรือมีปัจจัยเสี่ยง การรู้ค่า T-score ของตัวเองเร็ว จะช่วยให้เราวางแผนการใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องคอยพะวงว่ากระดูกจะหักเมื่อไหร่
จำไว้นะครับว่า "กระดูกที่แข็งแรง คือรากฐานของการใช้ชีวิตที่มีความสุขในวัยเก๋า"
ด้วยความปรารถนาดีและอยากเห็นคนไทยกระดูกแข็งแรงครับ
หากท่านใดมีข้อสงสัยหรือมีความกังวลเกี่ยวกับผลตรวจมวลกระดูกที่เคยตรวจมา ไม่ต้องกังวลใจไปนะครับ ข้อมูลทางการแพทย์อาจจะดูยากแต่มีทางออกเสมอ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#กระดูกพรุน #ตรวจมวลกระดูก #DEXAScan #Tscore #สุขภาพผู้สูงอายุ #ป้องกันกระดูกหัก #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #FRAXscore #แคลเซียม
References (Vancouver Style)
- Kanis JA, Cooper C, Rizzoli R, Reginster JY. European guidance for the diagnosis and management of osteoporosis in postmenopausal women. Osteoporos Int. 2019;30(1):3-44. (สรุป: แนวทางล่าสุดในการวินิจฉัยและรักษาโรคกระดูกพรุนในสตรีวัยหมดประจำเดือนของยุโรป)
- Cosman F, de Beur SJ, LeBoff MS, Lewiecki EM, Tanner B, Randall S, et al. Clinician's Guide to Prevention and Treatment of Osteoporosis. Osteoporos Int. 2014;25(10):2359-81. (สรุป: คู่มือสำหรับแพทย์ในการป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุน ครอบคลุมทั้งการใช้ยาและปรับพฤติกรรม)
- Compston J, Cooper A, Cooper C, Gittoes N, Gregson C, Harvey N, et al. UK clinical guideline for the prevention and treatment of osteoporosis. Arch Osteoporos. 2017;12(1):43. (สรุป: หลักเกณฑ์การรักษาของสหราชอาณาจักรที่เน้นการใช้ค่า FRAX ในการประเมินความเสี่ยง)
- Rosen HN, Drezner MK. Clinical manifestations, diagnosis, and evaluation of osteoporosis in postmenopausal women. UpToDate. 2023. (สรุป: การรวบรวมข้อมูลอาการและการวินิจฉัยโรคกระดูกพรุนที่ทันสมัยที่สุดจากฐานข้อมูล UpToDate)
- Shepstone L, Lenaghan E, Marshall T, et al. Screening in the community to reduce fractures in older women (SCOOP): a randomised controlled trial. Lancet. 2018;391(10122):741-747. (สรุป: งานวิจัยที่พิสูจน์ว่าการตรวจคัดกรองมวลกระดูกในชุมชนช่วยลดอัตราการเกิดกระดูกหักได้จริง)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น