"หมอค่ะ ฉีดยา Bisphosphonate รักษากระดูกพรุนอยู่ (เช่น Zoledronic acid ฉีดปีละครั้ง) เห็นเขาว่าถ้าทำฟันแล้วจะอันตรายจริงไหม? แล้วต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง?"
สำหรับใครที่ใช้ยากลุ่ม Bisphosphonate (บิสฟอสโฟเนต) ไม่ว่าจะเป็นชนิดกินรายสัปดาห์หรือชนิดฉีดรายปี มีแนวทางปฏิบัติล่าสุดที่ "เฉพาะตัว" มากครับ ยาตัวนี้มีนิสัยที่ต่างจากยาตัวอื่นตรงที่มัน "เกาะแน่น ติดทน" อยู่ในกระดูกได้นานเป็นปีๆ แม้จะหยุดยาไปแล้วก็ตาม
วันนี้ผมสรุปแนวทางปฏิบัติล่าสุด (Update 2025-2026) เพื่อให้คุณและคุณหมอฟันทำงานร่วมกันได้อย่างมั่นใจครับ
1. การทำครอบฟัน (Crown) และงานทันตกรรมทั่วไป: "ทำได้เลย"
หากคุณอยู่ในขั้นตอนการใส่ครอบฟัน (Crown) อุดฟัน ขูดหินปูนทั่วไป หรือรักษาคลองรากฟัน คุณสามารถ "เข้ารับการรักษาได้ทันที" โดยไม่ต้องหยุดยาและไม่ต้องกังวลครับ เพราะหัตถการเหล่านี้ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวหรือทำลายเนื้อกระดูกกรามโดยตรง จึงไม่มีความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกกรามตายครับ
2. การหยุดยา (Drug Holiday): "ไม่จำเป็นต้องหยุดแบบกะทันหัน"
แนวทางปฏิบัติล่าสุดระบุชัดเจนว่า เนื่องยากลุ่มนี้สะสมอยู่ในกระดูกได้นานมาก การหยุดยาเพียง 1-2 สัปดาห์ก่อนทำฟัน "แทบไม่มีผลในการลดความเสี่ยง" เลยครับ
- หากใช้ยามาไม่ถึง 4 ปี: และไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่น (เช่น ไม่ได้กินสเตียรอยด์ ไม่เป็นเบาหวานที่คุมไม่ได้) สามารถทำหัตถการทางทันตกรรมได้ตามปกติ
- หากใช้ยามานานกว่า 4 ปี: หมอฟันและหมอกระดูกอาจพิจารณาร่วมกันให้หยุดยาประมาณ 2-4 เดือน "ก่อน" และ "หลัง" การทำหัตถการใหญ่ (เช่น ถอนฟันหลายซี่) เพื่อให้เซลล์กระดูกมีการจัดระเบียบใหม่ แต่ต้องดูความเสี่ยงเรื่องกระดูกหักประกอบด้วยครับ
3. หัตถการที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
หากจำเป็นต้องมีการ ถอนฟัน, ผ่าฟันคุด, หรือฝังรากฟันเทียมใหม่ ซึ่งต้องสัมผัสกับกระดูกโดยตรง ให้ปฏิบัติดังนี้:
- การป้องกันด้วยยาฆ่าเชื้อ: แนวทางล่าสุดแนะนำให้พิจารณาใช้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ทั้งก่อนและหลังทำ เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้กระดูกกรามมีปัญหา
- การเย็บปิดแผล: หมอฟันจะเน้นการเย็บปิดแผลให้สนิท (Primary closure) เพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกสัมผัสกับเชื้อโรคในช่องปากโดยตรง
- การใช้น้ำยาบ้วนปาก: แนะนำให้ใช้กลุ่ม Chlorhexidine บ้วนปากอย่างต่อเนื่องในช่วงที่แผลยังไม่หายสนิท
4. สัญญาณเตือนที่ต้องรีบกลับมาหาหมอ
หลังทำฟัน หากมีอาการเหล่านี้เกิน 8 สัปดาห์ ต้องรีบแจ้งคุณหมอทันทีครับ:
- เห็นเศษกระดูกโผล่ขึ้นมาในปาก
- มีอาการปวด บวม หรือมีหนองบริเวณเหงือกที่ทำฟัน
- แผลถอนฟันไม่ยอมปิด หรือมีฟันซี่ข้างเคียงโยกผิดปกติ
สรุปแนวทางสำหรับคนไข้
การรักษาสุขภาพช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอคือ "หัวใจสำคัญ" ครับ คนไข้ที่ใช้ยากระดูกพรุนควรตรวจฟันทุก 6 เดือน เพราะการปล่อยให้ฟันผุจนติดเชื้อมีความเสี่ยงต่อกระดูกกรามตาย มากกว่า การไปถอนฟันเสียอีก
ดังนั้น แจ้งชื่อยาที่คุณใช้ให้หมอฟันทราบ ดูแลความสะอาดให้เป๊ะ และทำตามนัดอย่างเคร่งครัด เพียงเท่านี้คุณก็จะมีกระดูกที่แข็งแรงและสุขภาพช่องปากที่ดีไปพร้อมกันได้ครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#Bisphosphonate #กระดูกพรุน #ทำฟัน #ถอนฟัน #กระดูกกรามตาย #MRONJ #Fosamax #Zoledronic #หมอเก่ง #สุขภาพกระดูก
References
- American Association of Oral and Maxillofacial Surgeons (AAOMS). Medication-Related Osteonecrosis of the Jaw—2022/2023 Update. (สรุป: มาตรฐานสากลในการจัดการคนไข้กลุ่ม Bisphosphonate กับงานทันตกรรม)
- National Osteoporosis Guideline Group (NOGG). Clinical Guideline for the Prevention and Treatment of Osteoporosis 2024. (สรุป: แนวทางการใช้ยารักษากระดูกพรุนและการจัดการผลข้างเคียงล่าสุด)
- Scottish Dental Clinical Effectiveness Programme (SDCEP). Oral Health Management of Patients at Risk of MRONJ 2023/2024. (สรุป: คู่มือสำหรับหมอฟันในการดูแลคนไข้ที่มีความเสี่ยงกระดูกกรามตาย)
- Journal of Bone and Mineral Research. Goal-directed osteoporosis treatment: ASBMR/BHOF task force position statement 2024. (สรุป: กลยุทธ์การรักษากระดูกพรุนและการเฝ้าระวังความเสี่ยงระยะยาว)
- British Dental Journal. Managing dental patients taking bisphosphonates: an updated review 2025. (สรุป: การทบทวนวรรณกรรมล่าสุดเกี่ยวกับการดูแลคนไข้ที่รับยาบิสฟอสโฟเนตในคลินิกทำฟัน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น