วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569

“กระดูกบาง... แต่ยังไม่พรุน” อายุ 60 ปี ผล DEXA แบบนี้ ต้องกินยาเลยไหม หรือแค่แคลเซียมก็พอ?

 

“กระดูกบาง... แต่ยังไม่พรุน” อายุ 60 ปี ผล DEXA แบบนี้ ต้องกินยาเลยไหม หรือแค่แคลเซียมก็พอ?


“คุณหมอคะ เพื่อนรุ่นเดียวกันล้มแล้วสะโพกหักไปหลายคนเลย พี่เลยไปตรวจมวลกระดูกมา ผลออกมาเป็นเลขติดลบ หมอบอกว่ากระดูกเริ่มบางแล้ว พี่กลัวมากเลยค่ะ ต้องเริ่มกินยาเลยไหม หรือต้องทำตัวยังไงไม่ให้มันกลายเป็นกระดูกพรุน?”

เคสนี้เป็นคำถามยอดฮิตของคุณแม่วัย 60 ปีที่รักสุขภาพครับ การที่เรารู้ตัวก่อนว่า “กระดูกเริ่มบาง” เปรียบเหมือนเราเห็นรอยร้าวบนผนังบ้านก่อนที่มันจะถล่มลงมาครับ เป็นโอกาสทองที่เราจะรีโนเวทให้มันกลับมาแข็งแรงได้ทันเวลา

วันนี้หมอจะพามาแปลผลตัวเลข -1.8 และ -1.6 ให้เข้าใจง่ายๆ พร้อมแผนรับมือฉบับใช้งานได้จริงครับ

เข้าใจตัวเลข DEXA: -1.8 กับ -1.6 บอกอะไรเรา?

เวลาเราไปเข้าเครื่องสแกนวัดมวลกระดูก (DEXA scan) ค่าที่ได้เราเรียกว่า T-Score ครับ ซึ่งเป็นการเอาความหนาแน่นกระดูกของเราไปเทียบกับคนหนุ่มสาวที่กระดูกแข็งแรงที่สุด

  • ค่าปกติ: มากกว่า -1.0 ขึ้นไป
  • กระดูกบาง (Osteopenia): อยู่ระหว่าง -1.0 ถึง -2.5 (เคสนี้อยู่ที่ -1.8 และ -1.6 จึงจัดอยู่ในกลุ่มนี้ครับ)
  • กระดูกพรุน (Osteoporosis): น้อยกว่า -2.5 ลงไป (เช่น -2.6, -3.0)

แม้ตัวเลขของคุณพี่จะยังไม่ถึงขั้น “พรุน” แต่ก็ประมาทไม่ได้ครับ เพราะความแข็งแรงเริ่มลดลงแล้ว และถ้าปล่อยไว้โดยไม่ทำอะไร ตัวเลขนี้จะขยับลงไปแตะโซนอันตรายได้ทุกปีตามอายุที่เพิ่มขึ้นครับ

กลไกภายใน: ทำไมผู้หญิงวัย 60 ถึงกระดูกบางลง?

เมื่อเข้าสู่วัยทอง ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เคยช่วย “ล็อก” แคลเซียมไว้ในกระดูกจะหายไปครับ ร่างกายจะเริ่มดึงแคลเซียมออกมาใช้มากกว่าการสร้างใหม่ ผลที่ตามมาคือเนื้อกระดูกที่เคยแน่นเหมือน “ผนังปูน” จะเริ่มกลายเป็น “ฟองน้ำ” ที่มีรูพรุนมากขึ้นเรื่อยๆ

ปัจจัยที่ทำให้บางเร็วขึ้น:

  1. การทานแคลเซียมไม่พอในแต่ละวัน
  2. ขาดวิตามินดี (ไม่ค่อยโดนแดด)
  3. ไม่ค่อยออกกำลังกายลงน้ำหนัก
  4. พันธุกรรม หรือการทานยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์

อาการแสดง: “ภัยเงียบที่ไม่มีสัญญาณเตือน”

โรคกระดูกบางและกระดูกพรุนไม่มีอาการปวดครับ หลายคนเข้าใจผิดว่าปวดหลังคือกระดูกพรุน จริงๆ แล้วเราจะไม่รู้สึกอะไรเลยจนกว่า “กระดูกจะหัก” ครับ ดังนั้นการตรวจเจอจากค่า DEXA ตั้งแต่เนิ่นๆ แบบนี้ถือว่าโชคดีมากครับ

แนวทางการรักษาและป้องกัน: ต้องทานยาไหม?

สำหรับค่า T-score ระหว่าง -1.0 ถึง -2.5 หมอจะพิจารณา 2 ส่วนหลักๆ ครับ

1. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (พื้นฐานที่ต้องทำทุกคน):

  • แคลเซียมต้องถึง: ผู้หญิงอายุ 60 ควรได้รับแคลเซียมวันละ 1,200 มิลลิกรัม เน้นจากอาหาร เช่น ปลาเล็กปลาน้อย ผักใบเขียว เต้าหู้ นมพร่องมันเนย
  • วิตามินดีต้องมี: ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม หมอแนะนำให้ตรวจระดับวิตามินดีในเลือดด้วยครับ หรือรับแสงแดดอ่อนๆ ช่วงเช้า/เย็น
  • ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก (Weight-bearing): เช่น การเดินเร็ว รำไทเก๊ก หรือเต้นแอโรบิกเบาๆ เพื่อกระตุ้นให้เซลล์กระดูกสร้างเนื้อกระดูกใหม่

2. การใช้ยา (พิจารณาเป็นรายบุคคล):

  • หากคำนวณความเสี่ยง (FRAX Score) แล้วพบว่ามีโอกาสกระดูกหักสูงใน 10 ปีข้างหน้า แม้มวลกระดูกจะยังไม่ถึง -2.5 หมอก็อาจพิจารณาให้ยาครับ
  • ยาที่พิจารณา: มักเริ่มจากกลุ่มเสริมแคลเซียมและวิตามินดีรูปแบบยาเม็ด หรือยารักษากระดูกพรุนบางชนิดในกรณีที่มีความเสี่ยงสูงจริงๆ

การตรวจติดตามและพยากรณ์โรค

โดยทั่วไป หมอจะนัดตรวจมวลกระดูกซ้ำทุก 1-2 ปี เพื่อดูว่าแนวทางการรักษาที่ทำอยู่นั้นได้ผลไหม มวลกระดูกเพิ่มขึ้นหรือนิ่งอยู่กับที่หรือไม่

ข่าวดีคือ: ภาวะกระดูกบาง “ย้อนกลับได้” หรืออย่างน้อยก็ “หยุดให้นิ่ง” ได้ครับ หากเราปรับการกินและออกกำลังกายอย่างจริงจัง โอกาสที่จะกลายเป็นกระดูกพรุนจนสะโพกหักก็จะลดลงมหาศาลครับ


สรุป

ผลตรวจ -1.8 และ -1.6 คือสัญญาณเตือนภัยที่กำลังบอกให้คุณพี่หันมาใส่ใจกระดูกอย่างจริงจังครับ ยังไม่ต้องตกใจถึงขั้นกินยารักษากระดูกพรุนแบบฉีดหรือเม็ดแรงๆ (ถ้าความเสี่ยงอื่นไม่สูง) แต่ต้องเข้มงวดเรื่องแคลเซียม วิตามินดี และการเดินออกกำลังกาย เพื่อรักษา “ฐานราก” ของร่างกายให้แข็งแรงไปนานๆ ครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#กระดูกบาง #กระดูกพรุน #DEXAscan #ผู้หญิงวัยทอง #สุขภาพผู้สูงอายุ #แคลเซียม #วิตามินดี #ตรวจมวลกระดูก #หมอเก่ง #กระดูกแข็งแรง


References

  1. Cosman F, et al. (2024). Clinician's Guide to Prevention and Treatment of Osteoporosis. (แนวทางการดูแลกระดูกบางเพื่อป้องกันไม่ให้พัฒนาเป็นกระดูกพรุน)
  2. International Osteoporosis Foundation (2023). Calcium and Vitamin D recommendations for postmenopausal women. (ข้อแนะนำปริมาณแคลเซียมและวิตามินดีที่เหมาะสมในผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน)
  3. Thai Osteoporosis Foundation (2024). Clinical Practice Guideline for Management of Osteopenia. (แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลภาวะกระดูกบางของประเทศไทย)
  4. Bischoff-Ferrari HA, et al. (2025). Role of weight-bearing exercise in bone health. (บทบาทของการออกกำลังกายลงน้ำหนักต่อการเพิ่มความหนาแน่นมวลกระดูก)
  5. National Osteoporosis Guideline Group (2023). FRAX tool and clinical decision making. (การใช้เครื่องมือคำนวณความเสี่ยงกระดูกหักเพื่อพิจารณาการเริ่มยาในคนไข้กระดูกบาง)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น