วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569

ตรวจกระดูกที่ส้นเท้า... บอกว่าเป็นกระดูกพรุน!" เชื่อได้แค่ไหน? ทำไมหมอถึงบอกว่าอย่าเพิ่งตกใจถ้ายังไม่ได้ทำ DEXA Scan

 



ตรวจกระดูกที่ส้นเท้า... บอกว่าเป็นกระดูกพรุน!" เชื่อได้แค่ไหน? ทำไมหมอถึงบอกว่าอย่าเพิ่งตกใจถ้ายังไม่ได้ทำ DEXA Scan

"หมอครับ ไปตรวจมวลกระดูกฟรีที่ร้านยามา เขาเอาเครื่องมาทาบที่ส้นเท้าแล้วบอกว่าผมเป็นกระดูกพรุน ให้รีบซื้อแคลเซียมกินด่วนเลย จริงไหมครับหมอ?"

คำถามนี้ผมเจอบ่อยมากครับ คุณป้าสมศรี (นามสมมติ) วัย 60 ปี เดินเข้ามาหาผมด้วยสีหน้ากังวลสุดขีด มือหนึ่งถือแผ่นพิกัดสีแดงที่ได้จากเครื่องตรวจจิ๋วใบนั้น อีกมือหนึ่งถือถุงยาแคลเซียมพะรุงพะรัง ซึ่งนี่คือ "กับดัก" ความเข้าใจผิดที่ทำให้หลายคนเสียเงินฟรีและเสียสุขภาพจิตไปไม่น้อยเลยครับ

เครื่องตรวจที่ส้นเท้า vs มาตรฐานโรงพยาบาล ต่างกันยังไง?

ต้องอธิบายแบบนี้ครับ เครื่องที่คุณป้าเจอตามงานจัดแสดงหรือร้านขายยา ส่วนใหญ่คือเครื่อง Quantitative Ultrasound (QUS) ซึ่งใช้คลื่นเสียงความถี่สูงตรวจบริเวณส้นเท้าหรือข้อมือ

  • ความจริงคือ: เครื่องนี้เป็นเพียงการ "คัดกรองเบื้องต้น" (Screening) เท่านั้นครับ ความแม่นยำยังคลาดเคลื่อนได้สูงมาก ไม่สามารถนำมาใช้ "วินิจฉัย" ว่าคุณเป็นโรคกระดูกพรุนได้จริงๆ เพราะกระดูกที่ส้นเท้ากับกระดูกที่เป็นจุดอันตรายอย่าง สะโพก หรือ สันหลัง มีโครงสร้างที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ

DEXA Scan: บรรทัดฐานทองคำ (Gold Standard) ที่หมอกระดูกยอมรับ

หากต้องการรู้ว่ากระดูกเราแข็งแรงจริงไหม เราต้องตรวจด้วยเครื่อง DXA หรือ DEXA Scan (Dual-energy X-ray Absorptiometry) เท่านั้นครับ ซึ่งเป็นการใช้รังสีเอกซเรย์พลังงานต่ำสแกนลงไปที่ กระดูกสันหลังส่วนเอว และ ข้อสะโพกโดยตรง

ทำไมต้องตรวจที่ "หลัง" และ "สะโพก"? เพราะสองจุดนี้คือตำแหน่งที่ถ้า "หัก" ขึ้นมาแล้วจะส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตอย่างรุนแรงที่สุดครับ การตรวจด้วยเครื่อง DEXA จะให้ค่าที่แม่นยำออกมาเป็นตัวเลขที่เรียกว่า T-Score เพื่อเปรียบเทียบมวลกระดูกของเรากับค่าเฉลี่ยของคนหนุ่มสาวที่สุขภาพดี

ใครบ้างที่ควรตรวจ BMD (DEXA Scan) อย่างจริงจัง?

ไม่ใช่ทุกคนต้องรีบไปตรวจครับ แต่กลุ่มที่ "ต้องตรวจ" ตามคำแนะนำทางการแพทย์คือ:

  1. ผู้หญิงที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป หรือผู้ชายที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป

  2. ผู้หญิงที่หมดประจำเดือนเร็ว (ก่อนอายุ 45 ปี)

  3. คนที่มีประวัติเคยกระดูกหักง่ายจากการอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย

  4. คนที่กินยาสเตียรอยด์ติดต่อกันเป็นเวลานาน

  5. คนที่มีรูปร่างผอมมาก (ดัชนีมวลกายต่ำ) หรือมีความสูงลดลงมากกว่า 4 เซนติเมตร

แนวทางการรักษาและป้องกัน: ไม่ใช่แค่กินแคลเซียมแล้วจบ

หากตรวจด้วยเครื่อง DEXA แล้วพบว่าเป็นกระดูกพรุนจริงๆ การรักษาจะมีขั้นตอนดังนี้ครับ:

  • การปรับพฤติกรรม: เน้นออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก (Weight-bearing exercise) เช่น เดินเร็ว รำไทเก็ก เพื่อกระตุ้นการสร้างกระดูก

  • สารอาหาร: รับแคลเซียมจากธรรมชาติ (เช่น ปลาตัวเล็ก ผักใบเขียว) และที่สำคัญที่สุดคือ วิตามินดี ซึ่งช่วยในการดูดซึมแคลเซียมครับ

  • ยาเฉพาะทาง: กรณีที่เป็นรุนแรง หมอจะสั่งยาในกลุ่มที่ช่วยยับยั้งการทำลายกระดูก หรือยากระตุ้นการสร้างกระดูก ซึ่งมีทั้งแบบกินและแบบฉีด (ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น)

พยากรณ์โรค: หายได้ไหม? โรคกระดูกพรุนคือ "ภัยเงียบ" ครับ เราอาจไม่รู้สึกเจ็บจนกว่าจะหัก แต่ถ้าเราตรวจพบแต่เนิ่นๆ ด้วยวิธีที่ถูกต้อง (DEXA Scan) และรักษาอย่างต่อเนื่อง มวลกระดูกสามารถเพิ่มขึ้นได้ หรืออย่างน้อยก็คงที่และลดความเสี่ยงในการหักได้มหาศาลครับ

สรุป เครื่องตรวจมวลกระดูกที่ส้นเท้าตามร้านยา มีไว้เพื่อ "เตือน" ให้เราไปตรวจต่อที่โรงพยาบาลเท่านั้นครับ อย่าเพิ่งตกใจจนกินยาเองพร่ำเพรื่อ หากผลออกมาไม่ดี ให้มาปรึกษาหมอกระดูกเพื่อทำ DEXA Scan ที่ได้มาตรฐาน จะได้รู้ค่าที่ชัดเจนและวางแผนการรักษาที่ถูกต้องที่สุดครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ตรวจมวลกระดูก #กระดูกพรุน #DEXAscan #BMD #สุขภาพผู้สูงอายุ #หมอเก่ง #ภัยเงียบ #แคลเซียม #วิตามินดี #กระดูกหัก


References

  1. Cosman F, et al. (2024). Clinician's Guide to Prevention and Treatment of Osteoporosis. Osteoporosis International. (สรุป: คู่มือมาตรฐานการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคกระดูกพรุนที่ใช้กันทั่วโลก ยืนยัน DEXA เป็นวิธีมาตรฐาน)

  2. Kanis JA, et al. (2023). European guidance for the diagnosis and management of osteoporosis in postmenopausal women. (สรุป: แนวทางการตรวจคัดกรองในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน และความแม่นยำของตำแหน่งที่ตรวจ)

  3. Shepstone L, et al. (2022). Screening in the community to reduce fractures in older women (SCOOP trial). (สรุป: งานวิจัยเปรียบเทียบการคัดกรองมวลกระดูกกับการลดอุบัติการณ์กระดูกหักในชีวิตจริง)

  4. National Osteoporosis Foundation (NOF). (2025). Bone Density Exam/Testing. (สรุป: คำอธิบายขั้นตอนการตรวจมวลกระดูกแบบต่างๆ และการแปลผล T-Score)

  5. Shoback D. (2024). Update on Osteoporosis Management. Journal of Clinical Endocrinology & Metabolism. (สรุป: ข้อมูลล่าสุดเรื่องการใช้ยารักษาและการติดตามผลมวลกระดูกหลังการรักษา)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น