ปวดหลังส้นเท้า หรือปวดใต้ส้นเท้า? แยกให้ออกก่อนรักษาผิดจุด!"
หลายคนคงเคยเจอปัญหาเดียวกันครับ คือตื่นเช้ามาแล้ว "ปวดส้นเท้า" จนเดินไม่เป็นปกติ แต่พอไปคุยกับเพื่อน บางคนก็บอกว่าเป็น โรครองช้ำ บางคนก็บอกว่า เอ็นร้อยหวายอักเสบ ทั้งที่จุดที่ปวดมันดูใกล้กันมากจนแยกไม่ออก
เชื่อไหมครับว่า สองโรคนี้แม้จะอยู่ที่ส้นเท้าเหมือนกัน แต่ "จุดกำเนิด" และ "วิธีดูแล" ต่างกันพอสมควรเลยครับ หากเรารักษาผิดจุด หรือยืดเหยียดผิดท่า อาการปวดที่ควรจะหายอาจจะยิ่งแย่ลงไปอีก วันนี้หมอเก่งจะมาช่วยไขข้อข้องใจให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ ครับ
เรื่องเล่าจากคนไข้: นักวิ่งวัยเก๋า กับคุณครูวัยเกษียณ
ผมขอเล่าเคสสมมติของคนไข้สองท่านที่มาหาผมพร้อมกันด้วยอาการ "ปวดส้นเท้า" เหมือนกันเป๊ะ
ท่านแรกคือ คุณกิตติ อายุ 52 ปี เป็นนักวิ่งมาราธอนมือสมัครเล่น คุณกิตติบอกว่า "หมอครับ ผมเจ็บที่ ด้านหลังส้นเท้า เวลาเดินหรือวิ่งจะรู้สึกตึงและเสียวแปล๊บขึ้นไปที่น่อง ยิ่งตอนเขย่งเท้านี่เจ็บมากเลยครับ"
ท่านที่สองคือ คุณวิภา อายุ 58 ปี อดีตคุณครูที่ต้องยืนสอนหนังสือมานานหลายสิบปี คุณวิภาเล่าว่า "หมอคะ ของวิภาเจ็บที่ ใต้ส้นเท้า ค่ะ โดยเฉพาะก้าวแรกที่ลงจากเตียงตอนเช้า เจ็บเหมือนเหยียบเข็มเลย แต่พอเดินไปสักพักในห้องน้ำ อาการมันก็ค่อยๆ ทุเลาลงนะคะ"
เห็นไหมครับ? แม้จะเจ็บส้นเท้าเหมือนกัน แต่ตำแหน่งและความรู้สึกของทั้งสองท่านมีรายละเอียดที่ "ต่างกัน" อย่างชัดเจน ซึ่งนำไปสู่การวินิจฉัยที่คนละโรคกันเลยครับ
อธิบายโรคแบบเข้าใจง่าย: โช้คอัพใต้เท้า vs สายเคเบิลหลังเท้า
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ผมอยากให้ลองจินตนาการถึง "รองเท้าผ้าใบ" ของเราครับ
โรครองช้ำ (พังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ): เปรียบเสมือน "แผ่นโช้คอัพ" หรือแผ่นยางที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าครับ มันมีหน้าที่รับแรงกระแทกเวลาเราเดินหรือวิ่ง ถ้าเราใช้งานหนักเกินไป แผ่นยางนี้จะเริ่มเสื่อมและอักเสบ ทำให้เราเจ็บ "ใต้ส้นเท้า"
โรคเอ็นร้อยหวายอักเสบ: เปรียบเสมือน "สายเคเบิล" เส้นใหญ่ที่ดึงรั้งอยู่ด้านหลังรองเท้า เชื่อมระหว่างน่องกับส้นเท้า ทำหน้าที่ดึงให้ส้นเท้ายกขึ้นเวลาเราเดินหรือเขย่ง ถ้าสายเคเบิลนี้ถูกดึงรั้งบ่อยๆ หรือใช้งานหนักเกินไป ก็จะอักเสบและทำให้เจ็บ "หลังส้นเท้า"
ความรู้พื้นฐานของโรค
1. โรครองช้ำ (Plantar Fasciitis)
คืออะไร: เป็นการอักเสบของพังผืดหนาที่อยู่ใต้ฝ่าเท้า ซึ่งทำหน้าที่พยุงอุ้งเท้า สาเหตุ: เกิดจากการรับน้ำหนักตัวที่มากเกินไป การใส่รองเท้าพื้นแข็ง หรือมีโครงสร้างเท้าที่ผิดปกติ อาการ: เจ็บที่ ใต้ส้นเท้า มักเจ็บมากที่สุดในก้าวแรกของเช้า หรือหลังจากนั่งนานๆ แล้วลุกเดิน
2. โรคเอ็นร้อยหวายอักเสบ (Achilles Tendinitis)
คืออะไร: เป็นการอักเสบของเอ็นกล้ามเนื้อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย ซึ่งเชื่อมกล้ามเนื้อน่องเข้ากับกระดูกส้นเท้า สาเหตุ: เกิดจากการใช้งานซ้ำๆ เช่น วิ่งบ่อยเกินไป กระโดด หรือการที่กล้ามเนื้อน่องตึงมากเกินไปจนดึงรั้งเอ็นร้อยหวาย อาการ: เจ็บที่ หลังส้นเท้า เหนือจุดเกาะที่กระดูกส้นเท้าขึ้นมาประมาณ 2-6 เซนติเมตร มักปวดมากเวลาเขย่งเท้าหรือวิ่ง
ปัจจัยเสี่ยง (5 ข้อสำคัญ)
การใช้งานที่หนักเกินไป: ไม่ว่าจะเป็นการยืนนานๆ (เสี่ยงรองช้ำ) หรือการเพิ่มระยะวิ่งอย่างรวดเร็ว (เสี่ยงเอ็นร้อยหวาย)
น้ำหนักตัว: น้ำหนักที่มากเกินไปทำให้ทั้งพังผืดใต้เท้าและเอ็นร้อยหวายต้องรับภาระหนัก
รองเท้าที่ไม่เหมาะสม: รองเท้าส้นสูงทำให้เอ็นร้อยหวายหดตัวสั้นลงจนอักเสบ ส่วนรองเท้าพื้นบางเกินไปทำให้พังผืดใต้เท้าอักเสบ
อายุ: เมื่ออายุมากขึ้น ความยืดหยุ่นของทั้งพังผืดและเอ็นจะลดลงตามธรรมชาติ
โครงสร้างร่างกาย: เช่น คนที่เท้าแบน หรือคนที่มีกล้ามเนื้อน่องตึงมากผิดปกติ
การตรวจวินิจฉัย
เมื่อมาพบหมอ ผมจะทำการตรวจดังนี้ครับ
การตรวจร่างกาย: หมอจะใช้นิ้วกดหาจุดเจ็บ ถ้าเจ็บใต้ส้นเท้าคือ "รองช้ำ" ถ้าเจ็บหลังส้นเท้าคือ "เอ็นร้อยหวาย" นอกจากนี้จะตรวจความยืดหยุ่นของน่องร่วมด้วย
เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามีกระดูกงอกที่ส้นเท้าหรือไม่ หรือมีหินปูนไปเกาะที่เอ็นร้อยหวายไหม
อัลตราซาวด์ (Ultrasound): วิธีนี้ช่วยได้มากครับ หมอสามารถเห็นความหนาของพังผืดใต้เท้าหรือรอยฉีกขาดเล็กๆ ในเอ็นร้อยหวายได้ทันที
MRI: มักจะใช้ในกรณีที่รักษามานานแล้วไม่ดีขึ้น เพื่อดูความเสื่อมของเส้นเอ็นอย่างละเอียดครับ
แนวทางการรักษา
ส่วนใหญ่แล้ว ทั้งสองโรครักษากระบวนการคล้ายกัน แต่จุดที่ต้องระวังคือ "ท่าบริหาร" ครับ
ปรับพฤติกรรม: ลดการทำกิจกรรมที่กระแทก เปลี่ยนจากการวิ่งมาเป็นว่ายน้ำชั่วคราว และเลือกใส่รองเท้าที่มีซัพพอร์ตส้นเท้าที่ดี
กายภาพบำบัด:
รองช้ำ: เน้นการยืดพังผืดฝ่าเท้าและน่อง
เอ็นร้อยหวาย: เน้นการฝึกความแข็งแรงของเส้นเอ็น (Eccentric exercise) และการยืดน่อง
การใช้ยา: ใช้ยากลุ่มลดการอักเสบเพื่อบรรเทาอาการในช่วงแรก
การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่อง Ultrasound: ปัจจุบันผมมักใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP) เข้าไปในจุดที่พังผืดหรือเส้นเอ็นเสียหาย เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมร่างกายตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้สเตียรอยด์ในบางกรณีครับ
การผ่าตัด: เป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ ครับ เฉพาะในเคสที่รักษาวิธีอื่นนานกว่า 6 เดือนแล้วไม่หายขาดเท่านั้น
พยากรณ์โรค
"โรคนี้หายไหม?" หายได้ครับ! แต่ต้องใช้ความอดทน
รองช้ำ: มักดีขึ้นใน 2-3 เดือน ถ้าขยันยืดเท้า
เอ็นร้อยหวาย: อาจใช้เวลานานกว่าเล็กน้อย (ประมาณ 3-6 เดือน) เพราะเส้นเอ็นมีเลือดมาเลี้ยงน้อยกว่า
โอกาสกลับมาเป็นอีก: มีครับ ถ้าเราไม่คุมน้ำหนักหรือกลับไปใช้รองเท้าแบบเดิม
ภาวะแทรกซ้อน
หากปล่อยไว้ไม่รักษา
รองช้ำ: อาจทำให้เดินกะเผลกจนปวดเข่าและปวดหลังตามมา
เอ็นร้อยหวาย: เอ็นที่อักเสบเรื้อรังจะเริ่มเสื่อมสภาพและอาจนำไปสู่ "เอ็นร้อยหวายขาด" ซึ่งต้องผ่าตัดใหญ่เท่านั้นครับ
วิธีป้องกัน (5 ข้อทำง่ายๆ)
หมั่นยืดกล้ามเนื้อน่องสม่ำเสมอ ทั้งก่อนและหลังออกกำลังกาย
เลือกรองเท้าที่มีแผ่นรองส้นเท้านุ่มและมีความหนาที่เหมาะสม
ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
ไม่เพิ่มความหนักในการออกกำลังกายแบบก้าวกระโดด (ใช้กฎเพิ่มไม่เกิน 10% ต่อสัปดาห์)
สลับกิจกรรมออกกำลังกายบ้าง เพื่อไม่ให้เท้าต้องรับแรงกระแทกซ้ำๆ ทุกวัน
Q&A Section
Q: ปวดส้นเท้า ต้องใส่ส้นสูงหรือส้นแบนถึงจะดี? A: สำหรับคนที่เป็นรองช้ำหรือเอ็นร้อยหวายตึง การใส่รองเท้าที่มีส้นสูงเล็กน้อย (ประมาณ 1 นิ้ว) จะช่วยลดแรงดึงรั้งได้ดีกว่าการใส่รองเท้าส้นแบนราบเปี๊ยบครับ
Q: นวดเท้าแรงๆ ช่วยให้รองช้ำหายไหม? A: ไม่แนะนำครับ การนวดแรงๆ ในขณะที่มีการอักเสบอาจทำให้พังผืดฉีกขาดเพิ่มขึ้น ควรใช้การคลึงเบาๆ ด้วยลูกเทนนิสหรือขวดน้ำเย็นจะดีกว่าครับ
Q: ถ้าเจ็บเอ็นร้อยหวายจนบวมแดง ต้องประคบร้อนหรือเย็น? A: ในช่วงที่เจ็บและบวมแดงใหม่ๆ (ช่วงอักเสบเฉียบพลัน) ให้ประคบเย็นเพื่อลดบวมครับ
สรุป
เจ็บ ใต้ส้นเท้า มักเป็น "รองช้ำ" เจ็บ หลังส้นเท้า มักเป็น "เอ็นร้อยหวายอักเสบ"
ก้าวแรกตอนเช้าคืออาการเด่นของรองช้ำ ส่วนเจ็บตอนเขย่งคือเอ็นร้อยหวาย
ทั้งสองโรคเกิดจากการใช้งานหนัก น้ำหนักตัว และรองเท้าที่ไม่เหมาะสม
การรักษาเริ่มต้นที่การยืดกล้ามเนื้อน่องและการปรับเปลี่ยนรองเท้า
การฉีดยาโดยใช้อัลตราซาวด์นำทางช่วยให้การรักษามีความแม่นยำสูง
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดส้นเท้า #รองช้ำ #เอ็นร้อยหวายอักเสบ #เจ็บหลังเท้า #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กายภาพบำบัด #รักษาไม่ต้องผ่าตัด #วิ่งแล้วเจ็บ #สุขภาพเท้า #ปวดน่อง #PlantarFasciitis #AchillesTendinitis #HeelPain #SportsMedicine #FootCare
Reference List
Tu P. Heel pain: diagnosis and management. Am Fam Physician. 2018;97(2):86-93. PMID:29365222.
บทความนี้ช่วยให้หมอแยกสาเหตุปวดส้นเท้าหลายแบบ เช่น รองช้ำ เอ็นร้อยหวายอักเสบ กระดูกล้าร้าว และเส้นประสาทถูกกด พร้อมแนะนำการตรวจและแนวทางรักษาที่เหมาะสมในแต่ละสาเหตุ.Silbernagel KG, Hanlon S, Sprague A. Current clinical concepts: conservative management of Achilles tendinopathy. J Athl Train. 2020;55(5):438-447. doi:10.4085/1062-6050-356-19.
งานนี้เน้นการรักษาเอ็นร้อยหวายอักเสบแบบไม่ผ่าตัด โดยใช้การออกกำลังกายลงน้ำหนักที่เพิ่มระดับอย่างเป็นขั้นตอน (Silbernagel protocol) เพื่อให้เอ็นแข็งแรงและลดปวด เหมาะเป็นแนวทางวางโปรแกรมฟื้นฟู.Thompson JV, Saini SS, Reb CW, Daniel JN. Diagnosis and management of heel pain. J Am Osteopath Assoc. 2014;114(11):848-855. doi:10.7556/jaoa.2014.171.
บทความนี้อธิบายวิธีซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างเป็นขั้นตอนเพื่อหาสาเหตุปวดส้นเท้า และเสนอแนวทางรักษาให้เหมาะกับโรคแต่ละชนิด เช่น รองช้ำ เอ็นร้อยหวายอักเสบ เส้นประสาทถูกกด และกระดูกหักล้า.Chimenti RL, Cychosz CC, Hall MM, Phisitkul P. Current concepts in tendinopathy: update on the continuum model and implications for treatment. J Orthop Sports Phys Ther. 2017;47(10):806-818. doi:10.2519/jospt.2017.7138.
บทความนี้อธิบายแนวคิดใหม่ของโรคเอ็นเสื่อม (tendinopathy) ว่ามีหลายระยะ ตั้งแต่เจ็บเฉียบพลันไปจนเสื่อมเรื้อรัง และแต่ละระยะควรใช้การรักษาไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะการออกกำลังกายลงน้ำหนักเอ็นที่เหมาะสม.Lim AT, How CH, Tan B. Management of plantar fasciitis in the outpatient setting. Singapore Med J. 2016;57(4):168-170; quiz 171. doi:10.11622/smedj.2016069.
บทความนี้สรุปการดูแลโรครองช้ำในคลินิกทั่วไป เน้นการพัก การยืดพังผืดและกล้ามเนื้อน่อง การใช้รองเท้าและแผ่นรองที่เหมาะสม และการปรับพฤติกรรม เช่น ลดการยืนนานหรือวิ่งมากเกินไป.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น