วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569

ล้มตึง...แล้วกระดูกหัก" ฝันร้ายวัยเกษียณที่ป้องกันได้ตั้งแต่วันนี้

 



ล้มตึง...แล้วกระดูกหัก" ฝันร้ายวัยเกษียณที่ป้องกันได้ตั้งแต่วันนี้

คุณป้าสมศรี อายุ 68 ปี เป็นคนร่าเริงและสุขภาพแข็งแรงดีมาตลอด วันหนึ่งขณะกำลังเดินไปเข้าห้องน้ำในตอนดึก เกิดสะดุดขอบพรมเพียงเล็กน้อยจนล้มก้นกระแทกพื้น ใครจะเชื่อว่าการล้มเบาๆ ในบ้านครั้งนั้น ทำให้คุณป้าต้องผ่าตัดใส่สะโพกเทียมและเดินไม่ได้ไปหลายเดือน

เหตุการณ์ของคุณป้าสมศรีไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ แต่เป็นผลมาจาก "ภัยเงียบ" ที่ชื่อว่า โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) ซึ่งเปรียบเสมือนปลวกที่ค่อยๆ กัดกินโครงสร้างบ้าน จนวันหนึ่งเมื่อมีแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย บ้านทั้งหลังก็พังครืนลงมา

ทำไมกระดูกเราถึงเปราะเหมือนข้าวเกรียบ? ลองนึกภาพตามผมนะครับ กระดูกของคนเราเหมือนกับ "ฟองน้ำ" ที่มีเนื้อละเอียดแน่นหนา แต่เมื่อเราอายุมากขึ้น โดยเฉพาะคุณผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน ร่างกายจะดึงแคลเซียมออกจากกระดูกมากกว่าการสร้างใหม่ ทำให้รูพรุนในกระดูกกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนเนื้อกระดูกบางลง เมื่อกระดูกบางจนถึงจุดหนึ่ง เพียงแค่ไอจามแรงๆ หรือล้มเบาๆ กระดูกก็อาจหักได้ทันที จุดที่อันตรายที่สุดคือ กระดูกสะโพก กระดูกสันหลัง และกระดูกข้อมือครับ

ใครบ้างที่เสี่ยง "กระดูกหัก" โดยไม่รู้ตัว?

  1. ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน หรือผู้ที่ตัดรังไข่ออกทั้งสองข้าง

  2. ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ทั้งชายและหญิง

  3. คนที่รูปร่างผอมบาง หรือมีประวัติคุณพ่อคุณแม่กระดูกสะโพกหัก

  4. ผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์จัด หรือดื่มกาแฟมากกว่า 3 แก้วต่อวัน

  5. ผู้ที่ต้องทานยาบางชนิดต่อเนื่อง เช่น ยาสเตียรอยด์

จะรู้ได้อย่างไรว่ากระดูกเรา "พรุน" หรือยัง? เนื่องจากโรคนี้ไม่มีอาการปวดเตือนล่วงหน้า การตรวจวินิจฉัยจึงสำคัญมากครับ

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: หมอจะดูความสูงที่ลดลง หรือลักษณะหลังที่เริ่มโก่งงอ

  • การตรวจความหนาแน่นมวลกระดูก (Bone Densitometry - DXA): เป็นวิธีมาตรฐานที่แม่นยำที่สุด ใช้เครื่องสแกนพิเศษเพื่อดูว่ามวลกระดูกของเราอยู่ในระดับไหน (ค่า T-score)

  • การตรวจเลือด: เพื่อดูระดับแคลเซียม วิตามินดี และการทำงานของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง

แนวทางการรักษา: ไม่ต้องรอให้หักก็รักษาได้ ถ้าตรวจพบว่ามวลกระดูกเริ่มบางหรือพรุนแล้ว เรามีขั้นตอนดูแลดังนี้ครับ

  1. ปรับพฤติกรรม: เลิกสูบบุหรี่ ลดแอลกอฮอล์ และระวังเรื่องการหกล้มในบ้าน จัดบ้านให้สว่างและไม่มีสิ่งกีดขวาง

  2. อาหารเสริม: ทานแคลเซียมและวิตามินดีตามที่หมอแนะนำ (ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องทานเท่ากัน)

  3. การออกกำลังกาย: เน้นการออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก เช่น การเดินเร็ว หรือรำไทเก็ก เพื่อกระตุ้นการสร้างกระดูก

  4. การใช้ยา: ปัจจุบันมียาที่ช่วยยับยั้งการทำลายกระดูกและยาช่วยสร้างมวลกระดูก ทั้งแบบทานและแบบฉีด ซึ่งหมอจะพิจารณาตามความเหมาะสม

  5. การฉีดยาเฉพาะจุด: ในกรณีที่มีกระดูกสันหลังยุบตัวจากกระดูกพรุนจนปวดมาก อาจมีการฉีดซีเมนต์ทางการแพทย์เข้าไปเสริมความแข็งแรงโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์หรือเอกซเรย์ช่วยนำทางครับ

โรคนี้รักษาหายไหม? เราอาจไม่สามารถทำให้กระดูกกลับมาหนาแน่นเหมือนตอนอายุ 20 ได้ทั้งหมด แต่เราสามารถ "หยุด" การทรุดโทรมและ "เพิ่ม" ความแข็งแรงให้เพียงพอที่จะไม่หักได้ครับ การรักษามักต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 ปีขึ้นไป และต้องติดตามผลอย่างต่อเนื่องครับ

5 วิธีป้องกันกระดูกหักง่ายๆ ทำได้ทันที

  1. รับแดดอ่อนๆ ตอนเช้าวันละ 15 นาที เพื่อให้ร่างกายสร้างวิตามินดี

  2. ทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น ปลาเล็กปลาน้อย ผักใบเขียว หรือนม

  3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อฝึกการทรงตัว ป้องกันการล้ม

  4. ตรวจสุขภาพมวลกระดูกเมื่อถึงวัยที่เหมาะสม

  5. จัดสภาพแวดล้อมในบ้านให้ปลอดภัย ติดราวจับในห้องน้ำและมีแสงสว่างเพียงพอ

Q&A ถาม-ตอบเรื่องกระดูกพรุน

  • Q: กินแคลเซียมเม็ดเยอะๆ ช่วยป้องกันกระดูกหักได้ 100% ไหม?

    • A: ไม่ครับ การกินแคลเซียมเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ร่างกายต้องการวิตามินดีและการออกกำลังกายเพื่อนำแคลเซียมไปใช้ด้วย และต้องระวังเรื่องปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้ท้องผูกหรือเกิดนิ่วได้ครับ

  • Q: ถ้าไม่มีอาการปวดหลังเลย แปลว่ากระดูกยังไม่พรุนใช่ไหม?

    • A: ไม่ใช่ครับ กระดูกพรุนคือภัยเงียบ จะไม่มีอาการจนกว่ากระดูกจะเริ่มยุบหรือหักครับ

  • Q: อายุเยอะแล้ว ออกกำลังกายจะยิ่งทำให้กระดูกหักไหม?

    • A: การออกกำลังกายที่เหมาะสม (เช่น เดิน) ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและพยุงกระดูกได้ดียิ่งขึ้นครับ

สรุปประเด็นสำคัญ

  1. กระดูกพรุนไม่มีอาการเตือน จะรู้อีกทีเมื่อกระดูกหักไปแล้ว

  2. ผู้หญิงวัยทองและผู้สูงอายุคือกลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่ควรตรวจมวลกระดูก

  3. การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสะสมมวลกระดูกผ่านอาหารและการออกกำลังกาย

  4. การจัดบ้านให้ปลอดภัยช่วยลดความเสี่ยงกระดูกหักจากการล้มได้มากกว่า 50%

  5. หากตรวจพบแต่เนิ่นๆ สามารถรักษาและป้องกันกระดูกหักได้ด้วยยาและการปรับพฤติกรรม

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#กระดูกพรุน #กระดูกหัก #ปวดหลัง #สุขภาพผู้สูงอายุ #แคลเซียม #วิตามินดี #ตรวจมวลกระดูก #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ป้องกันการหกล้ม #สังคมผู้สูงวัย #Osteoporosis #BoneHealth #FracturePrevention #SeniorCare #OrthoExpert


Reference List 

  1. Kanis JA, Cooper C, Rizzoli R, Reginster JY; on behalf of the Scientific Advisory Board of the ESCEO and the Committees of Scientific Advisors and National Societies of the IOF. European guidance for the diagnosis and management of osteoporosis in postmenopausal women. Osteoporos Int. 2019;30(1):3-44. doi:10.1007/s00198-018-4704-5.
    บทความนี้เป็นแนวทางยุโรปสำหรับการตรวจ วินิจฉัย และรักษาโรคกระดูกพรุนในผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน ให้คำแนะนำเรื่องการประเมินความเสี่ยงกระดูกหักและการใช้ยาอย่างเป็นระบบ

  2. Cosman F, de Beur SJ, LeBoff MS, Lewiecki EM, Tanner B, Randall S, et al. Clinician’s Guide to Prevention and Treatment of Osteoporosis. Osteoporos Int. 2014;25(10):2359-2381. doi:10.1007/s00198-014-2794-2.
    คู่มือนี้จัดทำโดย National Osteoporosis Foundation สำหรับแพทย์ ใช้อธิบายการป้องกัน การตรวจหา และการรักษาโรคกระดูกพรุนในผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไปอย่างชัดเจน

  3. Black DM, Rosen CJ. Postmenopausal osteoporosis. N Engl J Med. 2016;374(3):254-262. doi:10.1056/NEJMcp1513724.
    บทความจากวารสารการแพทย์ชั้นนำ NEJM นี้สรุปสาเหตุ การวินิจฉัย และการรักษาโรคกระดูกพรุนในผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน เหมาะใช้เป็นภาพรวมความรู้ปัจจุบันเรื่องโรคนี้

  4. Compston J, Cooper A, Cooper C, Francis RM, Kanis JA, Marsh D, et al. UK clinical guideline for the prevention and treatment of osteoporosis. Arch Osteoporos. 2017;12(1):43. doi:10.1007/s11657-017-0324-5.
    แนวทางจากสหราชอาณาจักรนี้ให้คำแนะนำเรื่องการประเมินความเสี่ยง การตรวจมวลกระดูก และการรักษาเพื่อป้องกันกระดูกหักในผู้หญิงและผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป

  5. Weaver CM, Alexander DD, Boushey CJ, Dawson-Hughes B, Lappe JM, LeBoff MS, et al. Calcium plus vitamin D supplementation and risk of fractures: an updated meta-analysis from the National Osteoporosis Foundation. Osteoporos Int. 2016;27(1):367-376. doi:10.1007/s00198-015-3386-5.
    การศึกษาแบบรวมผลวิจัยนี้พบว่าการเสริมแคลเซียมร่วมกับวิตามินดีช่วยลดความเสี่ยงกระดูกหักรวมได้ประมาณ 15% และลดกระดูกสะโพกหักได้ประมาณ 30% ในผู้ใหญ่วัยกลางคนและสูงอายุ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น