วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569

อายุ 69 ปี ตรวจพบกระดูกพรุน... ต้องกินยาเลย หรือรอดูไปก่อน?

 



อายุ 69 ปี ตรวจพบกระดูกพรุน... ต้องกินยาเลย หรือรอดูไปก่อน?

สวัสดีครับคุณป้าและผู้อ่านทุกท่าน วันนี้หมอเก่งมีประเด็นที่คนวัย 60+ สอบถามกันเข้ามาเยอะมาก คือเรื่อง "ผลตรวจมวลกระดูก" ครับ หลายคนพอเห็นตัวเลขติดลบแดง ๆ ในใบรายงานผลก็เริ่มกังวลว่ากระดูกเราจะหักไหม แล้วต้องรีบหาซื้อยามากินทันทีเลยหรือเปล่า?

เรามาลองดูเคสตัวอย่างของคุณป้าท่านหนึ่ง เพื่อทำความเข้าใจลำดับการตัดสินใจรักษาที่ถูกต้องกันครับ


เรื่องเล่าจากคนไข้: ตัวเลขติดลบที่ทำให้นอนไม่หลับ

คุณบังอร (นามสมมติ) อายุ 69 ปี ร่างกายดูแข็งแรงดีครับ เดินเหินคล่องแคล่ว แต่พอไปตรวจเช็กสุขภาพประจำปีและสแกนความหนาแน่นมวลกระดูก (BMD) ผลปรากฏว่าค่าที่กระดูกสันหลัง (L1-L4) อยู่ที่ -2.5 และที่คอกระดูกต้นขาอยู่ที่ -1.7

พอกลับมาบ้าน คุณบังอรเริ่มกังวล เพราะตัวเลข -2.5 คือเกณฑ์ที่หมอเรียกว่า "โรคกระดูกพรุน" (Osteoporosis) พอดีเป๊ะ เธอจึงรีบมาปรึกษาหมอว่า "หมอคะ ตัวเลขแบบนี้ป้าต้องกินยาไปตลอดชีวิตเลยไหม หรือมีวิธีอื่นที่ช่วยได้?"


เข้าใจค่า BMD: ตัวเลขบอกความหนาแน่น แต่ไม่ได้บอกความเสี่ยงทั้งหมด

หมออยากให้เปรียบเทียบมวลกระดูกเหมือน "ความหนาของผนังบ้าน" ครับ

  • ค่า -2.5 ที่เอว: ผนังบ้านเริ่มบางจนเข้าเกณฑ์ที่ต้องเฝ้าระวัง

  • ค่า -1.7 ที่สะโพก: ผนังบ้านยังถือว่าแค่ "กระดูกบาง" (Osteopenia)

อย่างไรก็ตาม การจะตัดสินใจว่าบ้านหลังนี้จะถล่ม (กระดูกหัก) หรือไม่ ไม่ได้ดูแค่ความหนาของผนังอย่างเดียว แต่ต้องดูสภาพแวดล้อมอื่น ๆ เช่น เจ้าของบ้านอายุเท่าไหร่ เคยล้มไหม สูบบุหรี่หรือเปล่า หรือมีโรคประจำตัวอะไรไหมครับ


จุดตัดสินใจสำคัญ: การประเมินความเสี่ยงด้วย FRAX Score

นี่คือหัวใจสำคัญที่คุณป้าต้องรู้ครับ "ตัวเลข BMD ติดลบ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องทานยาเสมอไป"

ปัจจุบันวงการแพทย์เราใช้เครื่องมือที่เรียกว่า FRAX Score (Fracture Risk Assessment Tool) ซึ่งเป็นการคำนวณโอกาสที่คนไข้จะเกิดกระดูกหักจริง ๆ ในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยเอาปัจจัยหลายอย่างมาคำนวณร่วมกัน เช่น อายุ, น้ำหนัก, ประวัติครอบครัว, การใช้ยาสเตียรอยด์ และผลมวลกระดูกครับ

  • หาก FRAX Score คำนวณออกมาแล้วความเสี่ยงต่ำ: แม้ค่ามวลกระดูกจะแตะระดับกระดูกพรุน หมอก็อาจจะแนะนำแค่การปรับพฤติกรรม ทานแคลเซียม และออกกำลังกาย

  • หาก FRAX Score คำนวณออกมาแล้วความเสี่ยงสูง: เช่น มีโอกาสกระดูกสะโพกหักเกิน 3% หรือกระดูกส่วนอื่นหักเกิน 20% ใน 10 ปี แบบนี้หมอจะแนะนำให้เริ่มทานยาเพื่อ "ป้องกัน" ไม่ให้เกิดเรื่องร้ายแรงครับ


FRAX Score คืออะไร? 

ลองนึกภาพว่าร่างกายเราคือ "ตึก" ครับ

  • ค่ามวลกระดูก (BMD): คือความหนาของเสาเข็ม

  • FRAX Score: คือการดูสภาพแวดล้อมทั้งหมดของตึกนั้น เช่น ตึกตั้งอยู่บนดินทรุดไหม (อายุเยอะ), ตึกนี้เคยมีรอยร้าวมาก่อนไหม (ประวัติกระดูกหัก), หรือตึกนี้ใช้ปูนเกรดไม่ดีหรือเปล่า (การใช้ยาสเตียรอยด์)

FRAX (Fracture Risk Assessment Tool) คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่คำนวณปัจจัยเสี่ยง 12 ข้อ เพื่อบอกว่า "ในอีก 10 ปีข้างหน้า คุณมีโอกาสกระดูกหักกี่เปอร์เซ็นต์" โดยจะเน้นไปที่ 2 ค่าหลักคือ:

  1. Major Osteoporotic Fracture: โอกาสหักของกระดูกหลัก ๆ (หลัง, สะโพก, แขน, หัวไหล่)

  2. Hip Fracture: โอกาสที่กระดูกสะโพกจะหัก (ตัวนี้สำคัญที่สุดเพราะอันตรายถึงชีวิต)


เมื่อไหร่ที่ถือว่า "ความเสี่ยงสูง" และต้องเริ่มยา?

ตามเกณฑ์สากลและแนวทางที่ปรับใช้ในประเทศไทย (โดยอ้างอิงข้อมูลจาก WHO) เราจะเริ่มให้ยาเมื่อคนไข้ตกอยู่ในเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้ครับ:

1. เคยมีกระดูกหักจากอุบัติเหตุไม่รุนแรง (Fragility Fracture)

หากคุณป้าเคยล้มก้นกระแทกแล้วกระดูกสันหลังยุบ หรือข้อมือหัก แบบนี้ไม่ต้องดูค่า FRAX เลยครับ ถือว่ามีความเสี่ยงสูงมากและควรเริ่มยาทันที

2. ค่ามวลกระดูก (T-score) ต่ำกว่า -2.5

หากตรวจมวลกระดูกแล้วค่าติดลบตั้งแต่ -2.5 ลงไป (เช่น -2.6, -3.0) ที่บริเวณกระดูกสันหลังหรือสะโพก ถือว่าเป็นโรคกระดูกพรุนตามเกณฑ์ และควรพิจารณาเริ่มยา

3. กรณี "กระดูกบาง" แต่ค่า FRAX Score สูง (จุดตัดสินใจสำคัญ)

ในกลุ่มที่คุณป้าเป็นอยู่ (T-score ระหว่าง -1 ถึง -2.4) เราจะนำค่า FRAX มาตัดสินครับ โดยเกณฑ์ที่จะ "เริ่มยา" คือ:

  • โอกาสกระดูกสะโพกหัก (Hip Fracture) ≥ 3% ใน 10 ปีข้างหน้า

  • โอกาสกระดูกหลักส่วนอื่นหัก (Major Osteoporotic) ≥ 20% ใน 10 ปีข้างหน้า 

ตัวอย่างเพื่อความเข้าใจ

คุณป้าอายุ 69 ปี ค่ามวลกระดูกที่สะโพก -1.7 (กระดูกบาง)

  • ถ้าคำนวณ FRAX ออกมาได้ 1.5%: แบบนี้ "ยังไม่ต้องทานยา" ครับ เน้นแคลเซียมและออกกำลังกายพอ

  • ถ้าคำนวณ FRAX ออกมาได้ 3.5%: แม้มวลกระดูกจะยังไม่ถึง -2.5 แต่ความเสี่ยงหักมันสูงเกินเกณฑ์ แบบนี้หมอจะแนะนำให้ "เริ่มทานยา" ครับ


สรุป 5 ข้อที่ต้องจำเกี่ยวกับเกณฑ์เริ่มยา

  1. หักแล้วต้องรักษา: ถ้าเคยกระดูกหักจากเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ต้องเริ่มยาทันที

  2. ตัวเลข -2.5 คือจุดตัด: ถ้าถึงจุดนี้ ยาเป็นสิ่งจำเป็น

  3. FRAX คือตัวช่วยตัดสิน: สำหรับคนที่มีค่า "กระดูกบาง" เพื่อไม่ให้รักษาเกินความจำเป็น

  4. ดูที่สะโพก 3%: ถ้าโอกาสหักเกิน 3% ใน 10 ปี คือความเสี่ยงมากตามเกณฑ์สากล

  5. ความเสี่ยงเปลี่ยนตามอายุ: ทุก ๆ ปีที่อายุมากขึ้น ค่า FRAX จะสูงขึ้นตามธรรมชาติ แม้มวลกระดูกจะเท่าเดิม


แนวทางการรักษา: เมื่อไหร่ที่ควรเริ่ม "ยา"?

หากผลประเมินความเสี่ยงออกมาว่าควรได้รับการรักษา ลำดับขั้นตอนจะเป็นดังนี้ครับ:

  1. การปรับพฤติกรรม: เป็นพื้นฐานที่ต้องทำทุกคน คือการระวังอย่าล้ม จัดบ้านให้ปลอดภัย มีแสงสว่างเพียงพอ

  2. การกำจัดความเสี่ยง: เลี่ยงการสูบบุหรี่ และจำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

  3. การใช้ยา: หากมีความเสี่ยงสูง หมอจะพิจารณายากลุ่มที่ช่วย "ยับยั้งการละลายกระดูก" หรือ "เสริมสร้างมวลกระดูก" ซึ่งมีทั้งแบบทานรายสัปดาห์/รายเดือน หรือแบบฉีดราย 6 เดือน

  4. เสริมสารอาหาร: วิตามินดี และแคลเซียม ต้องได้รับให้เพียงพอตามเกณฑ์ที่หมอแนะนำ


พยากรณ์โรค: โรคนี้หายได้ไหม?

กระดูกพรุนไม่ใช่โรคที่รักษาแล้วหายขาดในวันสองวันครับ แต่มันคือการ "สะสมมวลกระดูก" กลับคืนมา หากได้รับการรักษาที่ถูกต้องและต่อเนื่อง ค่า T-score หรือมวลกระดูกของคุณป้าสามารถขยับดีขึ้นได้ และที่สำคัญที่สุดคือ ลดโอกาสการนอนติดเตียงจากกระดูกสะโพกหักได้เกือบ 50% เลยครับ


5 วิธีป้องกันและดูแลกระดูกสำหรับวัย 60+

  • ตากแดดรับวิตามินดี: ช่วงเช้าหรือเย็นวันละ 15-20 นาที

  • ทานอาหารแคลเซียมสูง: เช่น ปลาตัวเล็ก ผักใบเขียว นมหรือถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม

  • ออกกำลังกายลงน้ำหนักเบา ๆ: เช่น การเดินเร็ว หรือรำมวยจีน เพื่อกระตุ้นเซลล์สร้างกระดูก

  • ตรวจเช็กการมองเห็น: สายตาที่พร่ามัวทำให้เสี่ยงต่อการสะดุดล้ม

  • ประเมิน FRAX Score สม่ำเสมอ: เมื่ออายุเปลี่ยนไป ความเสี่ยงก็เปลี่ยนตามครับ


Q&A Section

Q: ค่ามวลกระดูก -2.5 ต้องรีบกินยาเลยไหม? A: อย่าเพิ่งตกใจครับ ควรให้คุณหมอประเมิน FRAX Score ก่อน หากความเสี่ยงโดยรวมยังต่ำ การดูแลด้วยอาหารและการออกกำลังกายอาจเพียงพอครับ

Q: FRAX Score ตรวจได้ที่ไหน? A: คุณหมอที่โรงพยาบาลสามารถคำนวณให้ได้จากข้อมูลส่วนตัวของคุณป้า หรือสามารถหาใน Google ว่า "FRAX tool Thailand" เพื่อลองคำนวณเบื้องต้นได้ครับ

Q: ปวดหลังบ่อย ๆ เกี่ยวกับกระดูกพรุนไหม? A: กระดูกพรุนมักเป็น "ภัยเงียบ" ที่ไม่มีอาการปวดครับ จนกว่ากระดูกจะยุบหรือหัก หากปวดหลังบ่อย ๆ อาจเกิดจากกล้ามเนื้อหรือข้อเสื่อม ควรปรึกษาแพทย์ครับ


สรุปประเด็นสำคัญ

  • มวลกระดูกติดลบ -2.5 คือเกณฑ์กระดูกพรุนเบื้องต้น แต่ไม่ใช่ข้อบ่งชี้เดียวในการใช้ยา

  • ต้องประเมินความเสี่ยง FRAX Score ก่อนเสมอ เพื่อดูโอกาสกระดูกหักใน 10 ปี

  • หากความเสี่ยงไม่สูงตามเกณฑ์ การทานแคลเซียม วิตามินดี และออกกำลังกายคือหัวใจหลัก

  • การกินยาควรทำเมื่อความเสี่ยงสูงจริง ๆ เพื่อป้องกันผลข้างเคียงและประหยัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

  • การป้องกันการ "ล้ม" สำคัญพอ ๆ กับการรักษาความหนาแน่นของกระดูก

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#กระดูกพรุน #FRAXscore #มวลกระดูก #ตรวจสุขภาพ #ปวดหลัง #กระดูกหัก #สุขภาพผู้สูงอายุ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #แคลเซียม #วิตามินดี

ท่านสามารถเข้าไปประเมิน FRAX score ได้ที่ https://www.fraxplus.org/calculation-tool?country=57 


References

  1. Kanis JA, Johnell O, Oden A, et al. FRAX and the assessment of fracture probability in men and women from the UK. Osteoporos Int. 2008;19(4):385-97. (อธิบายที่มาและการใช้เครื่องมือ FRAX ในการประเมินความเสี่ยงกระดูกหัก)

  2. Siris ES, Adler R, Bilezikian J, et al. The clinical diagnosis of osteoporosis: a position statement from the National Bone Health Alliance Working Group. Osteoporos Int. 2014;25(5):1439-43. (ข้อมูลเกณฑ์การวินิจฉัยโรคกระดูกพรุนและการตัดสินใจรักษาทางคลินิก)

  3. Cosman F, de Beur SJ, LeBoff MS, et al. Clinician's Guide to Prevention and Treatment of Osteoporosis. Osteoporos Int. 2014;25(10):2359-81. (แนวทางการรักษาและการใช้ยาสำหรับผู้ป่วยกระดูกพรุนและกระดูกบางตามความเสี่ยง)

  4. Pongchaiyakul C, Nguyen TV, Rajatanavin R, et al. Development of a fracture risk assessment tool for Thai population. J Med Assoc Thai. 2010;93(Suppl 6):S1-10. (ข้อมูลการใช้เครื่องมือ FRAX ที่ปรับให้เหมาะสมกับประชากรไทย)

  5. Black DM, Rosen CJ. Postmenopausal Osteoporosis. N Engl J Med. 2016;374(3):254-62. (บทความวิชาการสรุปแนวทางการดูแลภาวะกระดูกพรุนหลังหมดประจำเดือน)

  6. Kanis JA, on behalf of the World Health Organization Scientific Group. Assessment of osteoporosis at the primary health-care level. 2007. (เอกสารอ้างอิงหลักของ WHO เกี่ยวกับการใช้ FRAX ในการคัดกรองระดับปฐมภูมิ)

  7. National Osteoporosis Foundation. Clinician's Guide to Prevention and Treatment of Osteoporosis. Osteoporos Int. 2014;25(10):2359-81. (เกณฑ์การเริ่มยา 3% สำหรับสะโพก และ 20% สำหรับกระดูกหลักอื่น ๆ)

  8. Soontrapa S, Soontrapa S, Srinakarin J, et al. FRAX with and without bone mineral density in Thai women. J Med Assoc Thai. 2011;94(Suppl 5):S1-6. (การศึกษาเรื่องการใช้ FRAX ในประชากรไทยและความแม่นยำในการทำนายกระดูกหัก)

  9. Compston J, Cooper A, Cooper C, et al. UK clinical guideline for the prevention and treatment of osteoporosis. Arch Osteoporos. 2017;12(1):43. (แนวทางการรักษาที่เน้นการใช้เกณฑ์ FRAX ในการตัดสินใจทางคลินิก)

  10. Ministry of Public Health, Thailand. Clinical Practice Guideline for Management of Osteoporosis. 2021. (แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลโรคกระดูกพรุนของประเทศไทยฉบับล่าสุด)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น